สุขภาพเกี่ยวกับหู

โรคเกี่ยวกับหูที่เราควรรู้

หากท่านเป็นบุคคลหนึ่งที่บางครั้งยืนๆอยู่แล้วบ้านหมุน อาการเหล่านี้มักจะพบกับบุคคลที่เกิดการทำงานอย่างหนัก พักผ่อนไม่เพียงพอ แต่นั้นก็เป็นคนส่วนหหนึ่งเท่านั้น ยังมีอีกหลายคนที่นอนพักผ่อนเพียงพอแต่ก็ยังมีอาการเหล่านี้ซึ่งอาการเหล่านี้มักจะมาๆหายๆจนบางครั้งก็ถูกมองว่ากลายเป็นเรืองปกติไปแล้ว
แต่หากมีเหตุการอะไรที่เกิดขึ้นในระหว่างการใช้ชีวิตประจำวันมันก็ไม่คุ้มเลยนะ เพราะไม่ว่าจะเป็นการทำงานหรือการเดินทางหากคุณเองรู้สึกถึงอาการเหล่านั้นมันกำลังกลับมาก็คงเป็นเรื่องแย่อย่างแน่นอน บางครั้งร้ายแรงจนถึงชีวิตได้ด้วยแหละซึ่งอาการเหล่านี้จะมีการเกิดขึ้นซ้ำได้อีกและมันจะมาอย่างเฉียบพลันแบบไม่ทันให้เราได้ตั้งตัว
อาการคล้ายคนจะเป็นลม อย่างเช่นยืนๆอยู่แล้วร้สึกเหมือนกับว่าบ้านของเราหมุนได้ หรือหน้ามืดแบบจะล้มทั้งยืน ตาลาย ได้ยินเสียงรอบข้างลดลง หรืออาจจะมีลมอยู่ในหูของเรา บางรายก็เกิดอาการหูดับได้ง่ายซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเหล่านี้เราควรไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาตามอาการของมันเพราะหากมีอาการเหล่านี้เราก็เสี่ยงที่จะเป็นเช่น โรคหินปูนในหูชั้นในเคลื่อน โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน และโรคเส้นประสาทในการทรงตัวอักเสบอยู่เหมือนกันแต่นั้นก็ยังมีอีกหลายอย่างที่เราไม่นำมาชี้แจงเพราะมันเสี่ยงให้เป็นได้ด้วยกันทั้งสิ้น
ขยายคำว่าโรคหินปูนในหูชั้นในเคลื่อน
สำหรับโรคนี้เกิดจากหูในชั้นในของเราเกิดหินปูนเกาะมากขึ้น ซึ่งการเป็นเช่นนี้ได้ส่วนใหญ่มักจะเป็นกับผู้คนท่มีอายุ เหตุหลักๆก็น่าจะเกิดจากการกระแทกหรือการกระทบโดยแรงซึ่งเป็นผลให้เกิดการเคลื่อนที่ไปยังหูชั้นใน ทำให้ท่อที่ส่งคลื่นเสียงทำงานได้ไม่คล่องตัวมันจึงการไม่สมดุลของระบบดังนั้นจึงเกิดเหตุการณ์เหล่านี้ได้บ่อยครั้ง
วิธีการแกไขก็ต้องรีบไปพบแพทย์เพื่อให้แพทย์เฉพาะทางทำการรักษาอย่างถูกวิธีจะได้กลับมาเป็นปกติโดยเร็วและไม่เสี่ยงอันตรายมากขึ้นกับการใช้ชีวิตประจำวัน
ขยายความคำว่าโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน
สำหรับโรคน้ำในหูไม่เท่ากันนี้ ทางการแพทย์นั้นยังไม่ทราบสาเหตุที่มาของมันอย่างแน่ชัดว่าปัจจัยหลักๆเหล่านี้เกิดจากอะไรบ้าง เนื่องจากอาการที่เกิดบ้านหมุนหรือเวียนศรีษะก็จะเป็นโรคเกี่ยวกับอย่างอื่นร่วมดังเช่นการที่มีอาการ หูอื้อหรือสำหรับคนที่มีอาการเสียงหึ่งๆในหุของเรา
ซึ่งในทางการแพทย์จะทำการรักษาโดยทำการดูแลผู้ที่มีปัญหาเหล่านี้ด้วยการประคับประคอง ด้วยการให้ยาแก้เวียนศรีษะและให้ทานอาการที่มีแต่ประโยชน์ ซึ่งควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสเค็มจัดเพราะอาหารเหล่านี้จะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดโรคต่างๆเหล่านี้นั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  เครื่องช่วยฟัง

สุขภาพเกี่ยวกับหู

วิธีปฏิบัติเมื่อรู้ว่าหูตึงจากขี้หูอุดตัน

ขี้หูอุดตัน เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ดูจะทำให้ผู้ป่วยได้รับความสบายใจมากที่สุด เพราะสามารถรักษาให้หายได้ และใช้ระยะเวลาในการรักษาไม่นานนัก ต้นเหตุของการเกิดขี้หูอุดตันนั้น มาจากพฤติกรรมส่วนตัวของเราเอง ซึ่งการผลิตขี้หูของแต่ละคนแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ 

อย่างแรกต้องบอกก่อนว่า ขี้หู ไม่ใช่ศัตรูตัวร้าย ที่เราจะต้องกำจัดให้เหลือ 0% ในร่างกาย เพราะความจริงแล้วขี้หูนั้นมีประโยชน์ในเรื่องการช่วยปกป้องเราจากเชื้อโรคต่างๆ โดยที่มีขนหูเล็กๆในช่องหู ช่วยป้องกันอีกแรง ในกรณีที่มีขี้หูไม่มากนัก อยู่ในปริมาณที่พอดี จะทำให้หูไม่ได้รับผลกระทบอะไร แต่เมื่อไหร่ที่ขี้หูมีปริมาณมาก และถูกอัดสะสมอยู่ในช่องหูมานานเกินไป จะทำให้เกิดปัญหาขี้หูแข็งและอุดตัน จนไม่สามารถทำให้เราได้ยินเสียงในข้างนั้นๆได้อย่างชัดเจน รวมไปถึงมีอาการปวดหูร่วมด้วย 

ส่วนใหญ่เราจะไม่รู้ตัวว่ามีขี้หูอุดตันอยู่ในร่างกายจนกว่าเราจะเริ่มมีอาการฟ้อง เช่น ปวดหูมากผิดปกติ จนถึงขั้นลามไปปวดหัวด้วย ไม่สามารถทำกิจกรรมในขณะนั้นได้เลย และรู้สึกว่าไม่ได้ยินเสียงที่ชัดเจน ระดับการได้ยินลดต่ำลงอย่างสัมผัสได้ ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต บางคนเป็นแม่ค้า บางคนเป็นพนักงาน ต้องติดต่อสื่อสารผ่านการพูดคุย จึงมีปัญหามากกว่า เพราะทำให้การทำงานนั้นยากลำบากกว่าเดิม

การแก้ไขปัญหาคือการรีบไปพบแพทย์ทันทีที่มีอาการ อย่าปล่อยให้เรื้อรัง เพราะจะทำให้ขี้หูที่แข็งและอุดตันนั้น อักเสบขึ้นในช่องหูได้ และเมื่อมีการอักเสบมีความเป็นไปได้สูงมากว่าเราจะติดเชื้อ และเมื่อมีการติดเชื้อจะเป็นเรื่องใหญ่แล้ว เพราะการรักษาจะเปลี่ยนแนวทาง และอันตรายที่เกิดจากการติดเชื้อที่ช่องหูนั้น ร้ายแรงถึงขั้นที่ทำให้หูดับหรือหูหนวกถาวรได้เลย 

เมื่อไปพบแพทย์ แพทย์จะทำการประเมินอาการเบื้องต้น ใช้กล้องส่องในช่องหู และใช้น้ำยาสลายขี้หู ให้มีลักษณะอ่อนหรือนิ่มลง บางรายอาจแก้ไขได้เลย แต่บางรายอาจต้องมาทำขั้นตอนนี้หลายครั้งหน่อย ระหว่างนี้ก็มีหยอดหูเองที่บ้านเป็นประจำ เมื่อขี้หูนิ่มลงแล้ว แพทย์จะใช้เครื่องมือดูดขี้หูออก เคลียร์ช่องหูไปเรื่อยๆ จนกว่าจะรู้สึกว่าบ้านหมุน และแพทย์จะหยุดการใช้เครื่องมือ เมื่อขี้หูดูดออกไปจนอยู่ในระยะที่ปลอดภัยแล้ว ผู้ป่วยจะรับรู้ได้ทันทีว่ระดับการได้ยินเสียงนั้นดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หลังจากรักษาเสร็จแล้ว ให้ระวังอย่าให้น้ำเข้าหูสักระยะ และกลับมาตรวจซ้ำอีกครั้ง ในทุกๆ 6 เดือน 

 

สนับสนุนโดย  เครื่องช่วยฟัง

ความรู้เรื่องรถ

ตามไล่จูนคาร์บูเรเตอร์ KR

กราบสวัสดีท่านผู้อ่านทั้งหลายครับ วันนี้วันอาทิตย์สีแดงเราก็จะไปทำรถนะครับ วันอาทิตย์เราก็ไม่เว้นที่จะไปทำลูกค้าเรียกมาก็ไปทั้งนั้นนะครับ วันนี้ผมจะไปธันยะคลอง16นะครับไปทำรถที่ไม่เคยทำมาก่อนเลยนะ แล้วก็มีแต่คนขอให้ทำคันโน้นคันนี้บ้างบางคนก็อาจจะเดาออกหรือบางคนก็อาจจะเดาไม่ออกนะครับ เดาถูกเดาผิดกันไปหมดแต่ก็จะบอกเลยว่าวันนี้ผมจะไปทำ KR เจ้าของรถเขาว่ามีปัญหาเกี่ยวกับคาร์บู ก็เดี๋ยววันนี้เราจะไปไล่คาร์บูหรือไปจูนคาร์บูเรเตอร์นั่นเอง แล้วก็ไปเช็คระบบต่างๆที่ผมพอจะเช็คได้เกี่ยวกับ KR ผมก็นัดลูกค้าไว้แล้วนะครับ

อยู่คลอง16โน่นนนนนน ตอนนี้ผมยังอยู่คลอง 7 ลำลูกกาอยู่เลยก็เดี๋ยวเราจะเดินทางกันไปเลยตัดตั้งแต่ลำลูกกาเข้าธัญบุรีไปเลยนะครับ

ตอนนี้ผมก็ยังไม่ได้กินข้าวเลย คือตอนนี้เวลาจะบ่ายสองแล้วนะครับ ก็หาร้านข้าวไม่มีเลยแถวนี้ แล้วแถวนี้เป็นธัญบุรีลำลูกกาคลอง 7 ถนนเชื่อมรถขับกันเร็วมากเลยอ่ะ คือแบบขับ 30-40 กันไม่ได้นะครับ จะมีรถพยายามจะแซงแล้วก็มีแซงไปหลายคันแล้ว คือกฏหมายให้ 30 ผมก็ขับซัก 60 มันก็ยังมีรถแซงไปอีกนะ เพราะว่าถนนเส้นนี้มันค่อนข้างที่จะแคบแต่ก็ขับกันเร็วเหลือเกินตัวจับโทรศัพท์ผมก็ไม่มี ก็เดี๋ยวเราไปหาข้าวกินไปเติมพลังงานกันก่อนนะครับแล้วค่อยไปลุยงาน

ไม่รู้ว่าแถวนี้มีอะไรให้กินหรือเปล่าไง ขับมาเรื่อยๆผมก็ถึงคลอง 12 แล้วมุ่งหน้าต่อไปคลอง 13 ระหว่างทางก็มีฝนตกเป็นระยะๆนะครับ เส้นนครนายกนี่รถมันซิ่งกันหน่อยนะครับ ทั้งมอเตอร์ไซค์และรถยนต์กันเลยทีเดียว โทรคุยกับลูกค้าไว้เที่ยงแต่ตอนนี้จะบ่ายสามแล้วยังไม่ถึงบ้านลูกค้าเลย ฮ่าๆๆ

มาถึงบ้านลูกค้าแล้วนะครับ จะเป็นครั้งแรกในชีวิตเลยที่จะได้ขี่ KR เขาว่าอาการไม่ค่อยจะเวิร์คเท่าไหร่ก็เดี๋ยวเราไปดูกันครับ หลังจากที่ได้ลองแล้วนะเพื่อนๆ บิดติดมือมากเลย มันติดมือกว่า VR ผมเยอะเลยนะครับถึงพริกถึงขิงจริงๆ รอบ KR ถือว่าจัดมากแต่ว่ารถมีอาการรอรอบ อยากได้ KR เหมือนกันนะ ฮ่าๆ

แต่ไม่เอาดีกว่า ขี่ VR นั่นแหละดีแล้วครับ ก็เดี๋ยวเราจะลื้อกรองออกก่อนนะครับ ซึ่ง KR เนี่ยเขาจะมีระบบล็อคตรงนี้แล้วก็ฝั่งตรงข้าม ลื้อยากอยู่เหมือนกันนะกว่าจะถอดเบาะได้ ตอนนี้ยังถอดเบาะไม่ได้เลยนะครับแต่รู้สึกว่าต้องใช้ประแจเบอร์ 10 ทั้งสองฝั่ง นี่แค่เบาะนะยังไม่รวมถังนะเนี่ย เดี๋ยวเราจะเอาถังออกก่อนนะครับแล้วก็จะเอากรองออกเพื่อว่าเราจะมาปรับเข็มเร่งที่คาร์บูเรเตอร์นะครับ

 

สนับสนุนเรื่องราวเหล่านี้โดย  บิ๊กไบค์มือสอง

สุขภาพ

ประโยชน์ของน้ำผึ้ง

ประโยชน์ของน้ำผึ้งมีดังนี้

สำหรับสาวๆที่รักสุขภาพทั้งหลาย วันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องของน้ำผึ้งกันคะ เชื่อว่าหลายท่านน่าจะรู้จักกันดีอยู่แล้ว  น้ำผึ้งคือน้ำหวานธรรมชาติจากเกษรดอกไม้ซึ่งได้มาจากรวงผึ้ง ผู้ที่ลดความอ้วนแบบไม่เคร่งครัดสามารถใช้น้ำผึ้งเป็นสารให้ความหวานแทนน้ำตาลได้ เอามาผสมกับเครื่องดื่มต่างๆเช่น ชา กาแฟ หรือแม้กระทั่งน้ำมะนาว ก็จะช่วยทำให้ได้รสชาติที่หอมหวานอร่อยขึ้น นอกเหนือจากเรื่องรสชาติแล้ว เรายังพบว่าในน้ำผึ้งมีแร่ธาตุและวิตามินต่างๆ อยู่เป็นจำนวนมาก  อีกทั้งยังมีคุณสมบัติใช้เป็นยารักษาโรคได้อีกด้วย

 เรานำน้ำผึ้งมาใช้เป็นยารักษาโรคและลดอาการต่างๆที่เกิดขึ้นดังนี้  

  1. ลดอาการไอและแก้เจ็บคอ นักวิจัยพบว่าในน้ำผึ้งมีสารเทียบเท่ากับยาปฏิชีวนะซึ่งสามารถกำจัดเชื้อไวรัสได้ ถ้าคุณรู้สึกมีอาการไอและเจ็บคอให้คุณลองผสมน้ำผึ้งกับน้ำอุ่นและบีบมะนาวลงไปเล็กน้อย จิบบ่อยๆอาการที่เป็นอยู่ก็จะหายไวขึ้น
  2. แก้ปัญหาท้องผูกท้องเฟ้อ เนื่องจากเอนไซม์ในน้ำผึ้งมีสารช่วยย่อยคาร์โบไฮเดรต ออกฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ การดื่มน้ำผึ้งผสมน้ำอุ่นก่อนนอน ตื่นเช้ามาจะช่วยให้คุณขับถ่ายของเสียออกมาได้สะดวกยิ่งขึ้น
  3. ช่วยให้หลับสบายขึ้น การกินน้ำผึ้งจำนวน1ช้อนชาก่อนนอน 30 นาทีจะช่วยให้คุณง่วงแล้วหลับสบาย เพราะเราพบว่าในน้ำผึ้งมีกรดธรรมชาติที่ชื่อกรดเดซิโนอิค กรดตัวนี้มีคุณสมบัติช่วยคลายเครียด และปรับอารมณ์ให้ดีขึ้น เมื่อคุณรู้สึกผ่อนคลายไม่มีความกังวลใดๆ เมื่อล้มหัวลงนอนคุณก็จะง่วงและหลับไปในที่สุด
  4. แก้ท้องเสีย เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณมีอาการท้องเสีย ให้คุณดื่มน้ำผึ้งผสมน้ำอุ่นสักหนึ่งแก้วขนาดที่คุณใช้ชงกาแฟ รอเวลาสักพักอาการปวดท้องและท้องเสียจะดีขึ้น นั่นก็เพราะว่าในน้ำผึ้งมีสารที่สามารถฆ่าเชื้อโรคในกระเพาะอาหารและลำไส้นั่นเอง
  5. ช่วยลดอาการของคนที่เป็นภูมิแพ้ เมื่อเราดื่มน้ำผึ้งเข้าไปอนุมูลละอองเกสรดอกไม้ที่มีขนาดเล็กที่อยู่ในน้ำผึ้งจะเข้าสู่ร่างกายของเรา ซึ่งเมื่อร่างกายของเราเจอกับอนุมูลเหล่านั้น มันก็จะไปกระตุ้นทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายทำงานมากขึ้น เมื่อสารฮิสตามีนผลิตได้น้อยลง อาการของโรคภูมิแพ้อากาศจึงมีน้อยลงด้วย

 

ถึงเราจะบอกว่าน้ำผึ้งมีประโยชน์เยอะแยะมากมาย แต่ใช่ว่าจะไม่มีโทษ สำหรับคนที่เป็นโรคเบาหวานไม่ควรกินน้ำผึ้งในปริมาณเยอะเกินไปเนื่องจากน้ำผึ้งมีรสหวานให้น้ำตาลและแคลอรี่สูงมาก อาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย หรือที่ชาวบ้านทั่วไปเรียกกันว่า เบาหวานขึ้น ถ้ามีอาการกำเริบหนักก็จะหน้ามืด วูบ และช็อกหมดสติได้ ทางที่ดีควรบริโภคแต่พอเหมาะพอควรเพื่อสุขภาพที่ดีของร่างกายคุณเองคะ

 

สนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv

สุขภาพ, สุขภาพทั่วไป

โรคประจำตัวบรรเทาได้หากเลือกทาน

โรคประจำตัวบรรเทาได้หากเลือกทาน
ของกินที่พวกเรากินกันทุกวี่ทุกวัน นอกเหนือจากที่จะให้พลังงาน แล้วก็สารอาหารที่จำเป็น รวมทั้งช่วยซ่อมส่วนที่ผุพังของร่างกาย ปฏิบัติหน้าที่เสมอเหมือนยารักษาโรค แต่ในบางครั้งก็กลับจะให้โทษได้แบบเดียวกันนะคะ แม้ว่าพวกเราทานอาหารนั้นๆ ในเวลาที่ผิดจังหวะ โดยยิ่งไปกว่านั้นในตอนที่สุขภาพไม่ดี ร่างกายอ่อนแอ โรคภัยถามหา ก่อนที่จะกินอะไรอาจจำเป็นต้องเลือกกันซักหน่อย
วันนี้มาดูกันว่าเวลาป่วยไข้ หรือคนใดกันแน่ที่มีโรคประจำตัว มีรายการอาหารอะไรที่พวกเราควรจะหลบหลีกกันบ้าง

– ไมเกรน ปวดศรีษะจี๊ดๆ ด้านเดียวบ่อยๆ ควรจะงดเว้นรายการอาหารของหวาน เค้ก ชานม น้ำผลไม้หวานๆ น้ำอัดลม ด้วยเหตุว่าของว่างที่มีจำนวนน้ำตาลสูงจะมีผลให้น้ำตาลในเลือดไม่คงเดิม จะเพิ่มสูงมากขึ้น และก็ลดน้อยลงอย่างเร็ว นำมาซึ่งโรคไฮโปโกลซีเมียหรืออาการที่น้ำตาลในเลือดต่ำได้ เป็นต้นเหตุหนึ่งที่ก่อกำเนิดลักษณะของการปวดหัวไมเกรน นอกจากนี้ยังควรจะลดจำนวนการรับประทานอาหารประเภทเนื้อสัตว์ อีกทั้งเนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อไก่ เนื่องจากว่าโปรตีนซึ่งได้มาจากเนื้อสัตว์พวกนี้มักมีสารพิษตกค้างจากฮอร์โมนต่างๆ ในแนวทางการเลี้ยง ทั้งมีกรดแอมิโนไทโรซิน ที่ทำให้ปวดศีรษะได้ง่ายมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

– อาการข้ออักเสบ ปวดข้อ ปวดหัวเข่า จะลุกนั่งก็ทุกข์ยากลำบาก ทดลองงดเว้นน้ำแข็ง อาหารเย็นๆ เนื่องจากความเย็นจะก่อให้กระเพาะของพวกเราทำงานมากขึ้น และระบบไหลเวียนของเลือดยังดำเนินการได้ไม่เต็มคุณภาพอีกด้วย ที่สำคัญ ควรจะลดของกินชนิดเนื้อสัตว์ เครื่องใน ไขมัน เนื่องจากว่าสารพิษตกค้างที่อยู่ในเนื้อสัตว์ จะเป็นตัวเพิ่มลักษณะของการเจ็บปวด และอาการอักเสบให้ร้ายแรงเพิ่มขึ้น

– สำหรับคนที่มีลักษณะอาการกระเพาะอักเสบ เจ็บท้อง แสบท้องบ่อยๆ ไม่สมควรทานอาหารจำพวกยำ หรือของกินรสจัด รวมถึง ชา กาแฟ น้ำอัดลม (ของกินที่มีคาเฟอีนสูง) ด้วยเหตุว่าจะยิ่งก่อให้เกิดการระคายเคืองของเยื่อบุกระเพาะเพิ่มมากขึ้น ของกินรสจัดยังจะยิ่งเร่งการหลั่งกรดในกระเพาะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อีกด้วย

– คนที่มีลักษณะอาการของเบาหวาน ภาวะความดันโลหิตสูง จำเป็นต้องหลบหลีกของกินที่มีรสเค็ม มีเกลือหรือโซเดียมสูง เนื่องจากโซเดียมจะรีบให้ความดันให้ยิ่งเพิ่มสูงมากขึ้น รวมทั้งของกินรสหวาน และผลไม้สุก เนื่องจากว่าน้ำตาลและไขมันจะมีผลให้มีโรคแทรกขึ้นได้ง่าย ทั้งยังโรคเส้นเลือดเปราะ เรตินาเสื่อม โรคไต ท่อปัสสาวะอักเสบ ฯลฯ

– ผู้เจ็บป่วยที่มีลักษณะโรคตับแข็ง ตับอักเสบ หรืออาการสลายตัวของตับ จำต้องเลี่ยงของกินที่ทำร้ายตับซึ่งที่สำคัญเลย เป็นของกินจำพวกเนื้อสัตว์ เพราะว่าบรรดาเนื้อสัตว์ทั้งหลายแหล่จะมีผลให้ตับจะต้องปฏิบัติงานอย่างมากสำหรับการขับของเสียยกตัวอย่างเช่น ยูเรีย รวมทั้ง แอมโมเนีย ออกไป แต่ว่าเมื่อตับดำเนินการได้ไม่เต็มคุณภาพ ของเสียต่างๆ ก็เลยถูกขับออกมาจากร่างกายได้ลดน้อยลง แล้วก็จะถูกซึมซับกลับเข้าไปในกระแสโลหิตอีกที ทำให้สุขภาพแย่ลง เซื่องซึม และบางเวลาอาจมีอาการหนักถึงกับขนาดสลบไปเลยก็ได้

ผู้ป่วยมักปรารถนาที่จะได้รับการดูแลมากยิ่งกว่าสุขภาพทั่วไป ด้วยเหตุว่าอวัยวะภายในบางส่วนไม่สามารถที่จะดำเนินการได้ตามปกติ การกระทำการกินอาหารก็เลยเป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องเอาใจใส่ดูแลเป็นพิเศษ การเลือกรายการอาหารที่สมควรจะช่วยทำให้ส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ดำเนินงานเบาลง รวมทั้งให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่มีคุณประโยชน์อย่างแท้จริง ตั้งใจกับรายการอาหารต่างๆ แล้วอย่าลืมบริหารร่างกายอย่างพอเหมาะพอควรเพื่อช่วยฟื้นฟู สร้างเสริมสุขภาพโดยรวมให้แข็งแรงกันด้วย

สุขภาพ, สุขภาพทั่วไป

ลดน้ำหนัก ด้วย 5 เทรนด์ลดน้ำหนักแห่งปี

ลดน้ำหนักคงเป็นเรื่องยากสำหรับหลายๆ คน ไม่ว่าจะเทรนด์ลดน้ำหนักแบบไหน ก็ยากอยู่ดี วันนี้เราได้รวบรวมเทรนด์ลดน้ำหนักที่วัยหนุ่มสาวนิยม และทำกันได้ผลจริงๆ มาแนะนำกัน
5 เทรนด์ลดน้ำหนักรวบรวมมาเพราะเห็นผลจริง

1. น้ำสมุนไพร
อาหารธรรมชาติที่ทุกคนนิยมทานกันมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันคงหนีไม่พ้น น้ำสมุนไพร เพราะดื่มง่ายและดีต่อสุขภาพ แถมยังมีรสชาติที่ดี เหมาะกับทุกเพศทุกวัย แถมช่วยดีท็อกซ์สารพิษในร่างกายอีกด้วย เทรนด์ลดน้ำหนักโดยทานอาหารจากธรรมชาติมาจากน้ำสมุนไพรหลากหลายสูตรที่แต่ละร้านบรรจงคัดเลือกส่วนผสมมาอย่างดีเพื่อให้ได้รสชาติที่… ดีที่สุด (เท่าที่จะทำได้) หลังจากนั้นก็เริ่มมีเทรนด์การทำน้ำสมุนไพรดื่มเองที่บ้าน โดยการใส่สารพัดผักและผลไม้ต่าง ๆ ที่ดีต่อร่างกายดื่มเองทุกเช้า มีสูตรไหนที่เคยลองปั่นดื่มเองกันบ้างไหมคะ

2. T25
มีช่วงเวลาหนึ่งที่จู่ๆ T25 ก็เป็นกระแสไวรัล ถึงขนาดมีการแต่งเพลงขึ้นมาและใช้ท่าออกกำลังกายเป็นมิวสิค การออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนักมีหลากหลายรูปแบบ แต่การออกกำลังกายที่นับว่าเป็นทางลัด (เล็ก ๆ) สำหรับคนที่มีเวลาไม่มาก หรืออยากได้ผลลัพธ์โดยใช้เวลาไม่นาน T25 คือคำตอบ เพราะเจ้า T25 นี้มีรูปแบบการออกที่ค่อนข้างโหดและต้องออกต่อเนื่องถึง 25 นาทีติดต่อกันโดยไม่มีพัก หลายคนอาจจะเหนื่อยจากออกกำลังกายติดต่อกันเป็นระยะเวลานานแบบนี้ แต่เมื่อทำแล้วเห็นผลเร็ว จึงเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายจนใคร ๆ ก็เต้น T25 กันจนเป็นเรื่องธรรมดา คลิปวิดีโอต่าง ๆ มีคำว่า T25 เต็มไปหมด

3. กินคลีน
เพราะอาหารคือคำตอบของความอ้วน เลือกกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพก็ไม่อ้วนง่าย เมื่อการออกกำลังกายหนัก ๆ เริ่มไม่ใช่คำตอบของคนสายขี้เกียจ การปรับรูปแบบการรับประทานอาหารจึงเริ่มเป็นกระแสมากขึ้น มีผู้เชี่ยวชาญเคยแนะนำไว้ว่า ความอ้วนล้วนแล้วแต่เกิดจากการทาน หากเราทานอาหารที่ไม่เสี่ยงอ้วน ออกกำลังกายเบาๆ เพื่อให้สุขภาพดีขึ้น ก็สามารถคงรูปร่างที่ดีและสุขภาพที่ดีไว้ได้แล้ว ดังนั้น กระแสการกินคลีนเริ่มเป็นที่พูดถึงเนื่องด้วยช่วยในเรื่องของการลดน้ำหนัก และสุขภาพในด้านอื่น ๆ โดยรวม เพราะการเลือกรับประทานอาหารที่ไม่ปรุงแต่งรสชาติมากจนเกินไป ช่วยลดความเสี่ยงของโรคต่าง ๆ ได้มาก เช่น โรคไต เบาหวาน ไขมันอุดตันเส้นเลือด ฯลฯ

4. IF (Intermittent Fasting)
IF หรือ Intermittent Fasting คือวิธีการลดน้ำหนักโดยการควบคุมแคลอรีและจำกัดเวลาในการทานอาหาร ไหนเราก็ออกกำลังกายไม่ไหว และอดที่จะกินบางอย่างไม่ได้ เราก็เลิกที่จะอด แบบอดอย่างถูกหลักไปเลย ซึ่ง IF นั้นมีหลากหลายวิธีในการปฏิบัติ แต่วิธีที่ได้รับความนิยมก็คือจำกัดเวลาทานอาหาร 8 ชั่วโมง และอดอาหาร 16 ชั่วโมง การทำ IF ให้ได้ผล ต้องไม่อดอาหารมากเกินไป หรือทานมากเกินไป และต้องงดขนมหวานอย่างเด็ดขาด ร่วมกับการออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ

5. คีโตเจนิค
คีโตเจนิค ไดเอต (Ketogenic Diet) คือการกินที่เน้นไขมันสูง รองมาด้วยโปรตีน โดยลดคาร์โบไฮเดรตให้เหลือในปริมาณที่น้อยมากๆ เพื่อให้ร่างกายนำไขมันสะสมมาเผาผลาญเป็นพลังงาน โดยสัดส่วนของประเภทอาหารคือ ไขมันที่ดี 70% โปรตีนทุกประเภท 25% และคาร์โบไฮเดรต 5% ของปริมาณแคลอรี่ต่อวัน อย่างไรก็ตาม การลดน้ำหนักโดยวิธีคีโตไดเอต (Keto Diet) หรือแบบอื่นเช่น แอตกินส์ ไดเอต (Atkins Diet) ปาลิโอ ไดเอต (Paleo Diet) ไม่ได้เป็นทางออกสำหรับทุกคน ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวก่อนเสมอ

สุขภาพ, สุขภาพทั่วไป

สังเกตง่ายๆ ปวดท้องแบบไหนเป็นไส้ติ่ง

“เอ๊ะ อาการปวดท้องมากขนาดนี้ จะเป็นไส้ติ่งหรือเปล่า?” คุณคงน่าจะเคยได้ยินคำถามแบบนี้กันมาบ้าง โดยที่อาจเกิดขึ้นกับตัวเราเอง หรือคนที่อยู่ข้างๆ ไม่ว่าจะเป็น เพื่อน พี่ น้อง พ่อหรือแม่ โดยที่อาการปวดท้องมากๆ เหล่านี้มักเกิดขึ้นบ่อยๆ  แล้วก็อดที่จะสงสัยไม่ได้จริงๆ แต่ทั้งนี้อาการปวดท้องนั้นแท้จริงแล้วเป็นอาการเบื้องต้นของโรคหลายๆ โรค แล้วที้นี้อาการแบบไหนถึงแสดงว่าเป็นอาการปวดท้องของไส้ติ่งกันนะ

ไส้ติ่ง มีหน้าที่อะไร?
ไส้ติ่ง ทำหน้าที่เป็นส่วนที่เก็บสะสมพวกแบคทีเรียที่มีประโยชน์ต่อระบบทางเดินอาหาร ที่สามารถช่วยกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายของเราไว้ ซึ่งหลายๆ คนที่เคยได้ผ่าตัดเปิดหน้าท้อง เช่น ผ่าคลอด อาจจะรบกวนหมอให้ตัดไส้ติ่งออกไปด้วยเลยทีเดียว เพื่อป้องกันการเกิดไส้ติ่งอักเสบในอนาคต เพราะมักคิดว่าไส้ติ่งเป็นอวัยวะที่ไม่มีประโยชน์ใดๆ ในร่างกาย

อย่างไรก็ตาม เราควรใส่ใจและให้ความสนใจไส้ติ่งไว้ เพราะว่าไส้ติ่งนั้นเป็นอวัยวะที่เสี่ยงจะเกิดการอักเสบได้ง่าย เนื่องจากไส้ติ่งนั้นมีบริเวณที่เศษอุจจาระขนาดเล็กๆ สามารถเข้าไปอุดตันจนเกิดการอักเสบได้ และอาจติดเชื้อ มีการบวม ติดเชื้อที่ระบบทางเดินหายใจส่วนบนที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขนาดของต่อมน้ำเหลืองให้โตทั่วร่างกาย และอาจอันตรายไปถึงก้อนเนื้อมะเร็งได้

ปวดท้องไส้ติ่งอักเสบ มีอาการอย่างไร?
นพ.มานัส โพธาภรณ์ ผอ.รพ.ราชวิถี กรมการแพทย์ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า อาการของไส้ติ่งอักเสบจะมีอาการปวดที่แตกต่างจากการอาการปวดท้องของโรคอื่นๆ ดังนี้

  • ปวดท้องอย่างเฉียบพลันบริเวณรอบสะดือ ต่อมาย้ายไปปวดที่ท้องด้านล่างขวา
  • ปวดมากขึ้นขณะเคลื่อนไหวขยับตัว ไอจาม
  • มีอาการคลื่นไส้อาเจียนเบื่ออาหาร
  • อาจมีท้องเสียท้องอืด
  • อาจมีไข้
  • อาจมีอาการปัสสาวะบ่อยขึ้น เนื่องจากการอักเสบของไส้ติ่งไปกระตุ้นท่อไตซึ่งอยู่ใกล้กัน

ดังนั้น ผู้ป่วยที่เสี่ยงโรคไส้ติ่งอักเสบ ควรรีบไปพบแพทย์ เพราะจะได้ทำการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ ซึ่งหากรักษาช้าจนเข้าสู่ระยะรุนแรงไส้ติ่งอาจแตกได้ภายใน 48-72 ชั่วโมง ทั้งนี้อาจจะต้องเข้ารับการผ่าตัดอย่างเร่งด่วน สำหรับการผ่าตัดอย่างเร่งด่วน อาจแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

  1. การผ่าตัดแบบส่องกล้อง ในระยะที่ไม่รุนแรง เป็นการผ่าตัดเล็ก สามารถกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้เร็ว
  2. การผ่าตัดแบบเปิดในกรณีระยะรุนแรงถึงขั้นไส้ติ่งแตก ซึ่งเป็นการผ่าตัดแบบมาตรฐานเพราะนอกจากจะต้องนำไส้ติ่งที่แตกออกแล้วยังต้องทำความสะอาดภายในช่องท้องด้วย

วิธีลดความเสี่ยงเป็นไส้ติ่งอักเสบ
เราสามารถลดความเสี่ยง โดยป้องกันไม่ให้มีอาการท้องผูก รับประทานผักผลไม้ที่มีไฟเบอร์สูงและรีบไปพบแพทย์เมื่อมีอาการดังกล่าวข้างต้น

สุขภาพ, สุขภาพทั่วไป

เสี่ยง ‘ภาวะช็อค’ สังเกตจากสัญญาณเตือน

ภาวะช็อค เป็นภาวะที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน โดยที่เราไม่ทันตั้งตัว ส่งผลให้อวัยวะของเราเกิดความเสียหาย และอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต วันนี้จะมาบอก 8 สัญญาณเตือนเสี่ยง “ภาวะช็อค” ให้คุณได้ระมัดระวังกัน

ภาวะช็อค คือ ภาวะคุกคามชีวิตที่เกิดขึ้นเมื่อร่างกายเกิดการไหลเวียนของเลือดที่ไม่เพียงพอ อวัยวะและเซลล์ไม่ได้รับออกซิเจนและสารอาหารที่เพียงพอที่จะทำงานอย่างสมบูรณ์ ภาวะช็อคต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วนไม่อย่างนั้นอาการจะทรุดตัวอย่างรวดเร็ว

สาเหตุอาการช็อคเกิดจาก

– ร่างกายเสียน้ำ อวัยวะไม่ได้รับออกซิเจนและสารอาหารเพียงพอที่จะทำงานอย่างถูกต้อง หรือเลือดมากเกินไป

– ติดเชื้ออย่างรุนแรงในกระแสเลือด

– แพ้สารต่างๆ หรืออาการแพ้ประจำตัว

– การทำงานที่ผิดปกติของระบบประสาทและสมอง

– โรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ

– ยาบางอย่างที่ช่วยลดการทำงานของหัวใจหรือความดันโลหิต

– อุบัติเหตุ

อาการเมื่ออยู่ในภาวะช็อค

1. มีอาการกระสับกระส่าย ครั่นเนื้อครั่นตัว

2. หายใจเร็ว ลมหายใจสั้นและถี่ เนื่องจากระบบหายใจมีการทำงานผิดปกติ

3. ชีพจรเต้นเร็ว เบา หรือเต้นไม่คงที่

4. เนื้อตัวเย็น ผิวสีซีด อ่อนแรง แต่ไม่มีอาการชาตามร่างกาย เหงื่อออกมากกว่าปกติ

5. มึนงง วิงเวียน มีอาการหน้ามืด เริ่มมีอาการทรงตัวไม่อยู่

6. ตาดำไม่เคลื่อนไหว หรือเกิดอาการตาค้าง ตาเบลอ

7. มีอาการเจ็บหน้าอก แน่นบริเวณหน้าอก

8. ปัสสาวะน้อยกว่าปกติ หรือไม่ปัสสาวะนาน 4-6 ชั่วโมง

9. ไม่รู้สึกตัว หมดสติ

วิธีช่วยเหลือผู้ที่มีอาการช็อค

1. ควรโทรเรียกรถพยาบาล เพื่อขอความช่วยเหลือจากแพทย์ทันที

2. ดูอาการผู้ป่วยว่ามีความผิดปกติของระบบการหายใจเกิดขึ้นหรือไม่ หากผู้ป่วยหายใจแผ่วเบา หรือไม่หายใจ ให้เริ่มต้นการช่วยหายใจด้วยการทำ CPR (Cardiopulmonary resuscitation) ทำอย่างต่อเนื่องอย่างน้อยทุกๆ 5 นาทีเพื่อตรวจสอบอัตราการหายใจ

3. อย่าทำการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเด็ดขาด เพราะอาจกระทบกับอวัยวะ เช่น ศีรษะ คอ หรือกระดูกสันหลัง

4. ยกขาผู้ป่วยขึ้นประมาณ 12 นิ้ว แต่อย่ายกระดับหัวปล่อยผู้ป่วยให้นอนราบไปกับพื้น

5. คลายเสื้อผ้าที่แน่นออก เพื่อให้หายใจสะดวก

6. หากผู้ป่วยเกิดอาเจียนออกมา จับหันศีรษะหันไปข้างหนึ่งเพื่อป้องกันการสำลัก

7. ห้ามให้ผู้ป่วยรับประทานอะไรทั้งสิ้น

8. อย่ารอให้เกิดอาการช็อคอย่างรุนแรงควรนำตัวส่งโรงพยาบาลทันทีที่มีอาการ

เพื่อป้องกันจากภาวะช็อค ทุกคนจึงควรหมั่นไปตรวจสุขภาพบ่อยๆ ว่าร่างกายแข็งแรงดี หรืออาจมีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการช็อคในอนาคตหรือไม่ ดูแลรักษาสุขภาพตัวเอง และปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้ถูกสุขลักษณะเพื่อหลักเลี่ยงภาวะผิดปกติของร่างกายโดยไม่ทันตั้งตัว

สุขภาพทั่วไป

วิวัฒนาการใหม่Artichoke สมุนไพรบำรุงตับ

มะเร็งตับโรคร้ายที่ฆ่าชีวิตมนุษย์ของเราไปนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นเพศหญิงหรือเพศชาย เด็กหรือว่าผู้ชายไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเป็นมะเร็งตับได้ทั้งนั้นบ้างทีคนที่เป็นมะเร็งตับนั้นไม่รู้ตัวว่าตัวเองเป็นโรคนี้อยู่เพราะโรคนี้สามารถซ่อนตัวได้เหมือนกับกิ้งก้าจะไม่แสดงตัวออกมาว่ากำลังทำร้ายตับอยู่นอกจากเราจะเป็นมากๆเหมือนกับเรามองดูไกลๆไม่สามารถเห็นกิ้งก้าที่พลางตัวอยู่บนต้นไม้แต่เมื่อไปใกล้ๆถึงจะเห็นได้

แต่เมื่อเป็นมะเร็งตับหรือหมอตัวพบแล้วนั้นทุกรายมันจะรักษาตัวไม่ทันทำให้ต้องจบชีวิตไปอย่างหน้าเสียดาย มะเร็งตับของเรานั้นแต่เริ่มเดิมทีจะเกิดกับการที่เซลส์ภายในของตับนั้นทำงานได้ผิดปกติ จะมีการเติบโตที่ผิดรูปผิดร่าง จึงทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะจุดที่เราเรียกว่า DNA ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการที่ทำให้ตับได้ทำงาน เพราะเซล DNA  นั้นสำคัญอย่างมากต่อกระบวนการทางการแพทย์ที่เราเรียกว่ากระบวนการรักษาตับชีวเคมีที่สำคัญต่อร่างการของเราทุกคนเพราะเป็นการบวนการควบคุมการทำงานของตับโดยตรง

กระบวนการนี้ได้ถูกเซลส์มะเร็งเข้าไปยับยังการทำงานเหมือนกับถูกควรคุมกระบวนการจากเดิมตับจะค่อย ดูดซึมสารเคมี หรือ สารอาหารที่สำคัญต่อร่างกายเพื่อส่งผ่านไปยังหัวใจ สมอง หลอดเหลือ หรือค่อยขับของเสีย สารพิษออกจากร่างการ แต่เมื่อเซลส์มะเร็งเข้ามา จะขัดขว้างการทำงานทุกรูปแบบของตับที่แต่เดิมเคยทำอะไรไว้ เซลส์มะเร็งจะไปปิดกิจการนั้นๆ เช่น ขัดขว้างไม่ให้ดูดซึมสารอาหารไปหล่อเลี้ยงร่างกายทำให้ร่างกายไม่ได้รับสารอาหาร ทำให้ร่างกายเริ่มภูมิคุ้มกันลดลงเพราะไม่มีสารอาหารที่จำเป็นในการต่อสู้กับโรคร้ายหรือเชื้อไวรัสต่าง และเมื่อเชื้อโรคร้ายเข้ามาสู่ร่างกายแล้ว ตับจะขับออกไปก็ไม่ได้เพราะเซลส์มะเร็งได้ขับขว้างไว้ทำให้ ป้องกันเข้ามาก็ไม่ได้ ขับไล่ก็ไม่ได้จึงเป็นสาเหตุให้ต้องเสียชีวิต

 

ขอแนะนำสินค้าที่ดีต่อตับ โดย Artichoke สมุนไพรบำรุงตับ ที่มาแรงในขณะนี้

Uncategorized

3 โรคมือที่พบบ่อยที่สุด

โรคมือที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มักเป็นปัญหาที่เกิดจากการทำงาน ได้แก่

นิ้วล็อค
เกิดจากการใช้งานมากไปหรือใช้มืออย่างไม่ถูกต้อง เช่น จับหรือเกร็งนิ้วมือเป็นเวลานาน จนเกิดการอักเสบที่โคนนิ้วมือ สาเหตุเกิดจากการอักเสบของเส้นเอ็นและปลอกหุ้มเอ็นที่ทำหน้าที่งอนิ้วมือ เมื่อปลอกหุ้นเอ็นอักเสบจะเกิดการหดตัว ทำให้เส้นเอ็นในปลอกประสาทถูกล็อค งอหรือเหยียดนิ้วไม่ได้ ทั้งนี้การรักษาโรคนิ้วล็อคในระยะแรก แพทย์จะรักษาให้หายอักเสบด้วยการทานยา หรือการฉีดยาก็จะช่วยให้ไม่ต้องผ่าตัดได้ แต่ถ้าปล่อยไว้นานจนถึงขั้นล็อคแล้วปวดมาก งอเหยียดไม่ได้ ฉีดยาแล้วไม่ได้ผล แพทย์จะพิจารณาการผ่าตัดขยายปลอกหุ้มเอ็นที่มีปัญหาเพื่อให้กลับมาใช้งานได้

เส้นประสาทที่ข้อมืออักเสบ หรือโรคผังผืดเส้นประสาทที่ข้อมือ
ซึ่งเป็นโรคมือที่พบบ่อยที่สุด เนื่องจากบริเวณข้อมือจะมีช่องว่างจำกัดและเส้นประสาทเส้นใหญ่อยู่ในบริเวณนั้น คนที่มีการใช้ข้อมือมากๆ เยื่อหุ้มเอ็นเกิดการอักเสบ จากนั้นจะเกิดผังผืดไปกดเส้นประสาทที่ข้อมือ ทำให้เกิดอาการ 3 อย่างคือ ปวด ชาที่มือ มืออ่อนแรง สำหรับบางคนที่มีอาการมากจะสังเกตดูได้จากบริเวณเนินพระจันทร์ (กล้ามเนื้อนูนๆ บริเวณโคนนิ้วหัวแม่มือจะลีบ) จะมีอาการชานิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้ และนิ้วกลาง และบางส่วนของนิ้วนาง

หากเป็นในระยะแรกจะมีอาการปวดชาเล็กน้อย แพทย์อาจรักษาด้วยการฉีดยา หรือใส่ปลอกข้อมือ หรือลดการใช้ข้อมือให้น้อยลง โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่หากมีผังผืดกดเส้นประสาทมากๆ กล้ามเนื้อบริเวณเนินพระจันทร์จะลีบฝ่อและหายไป มืออ่อนแรงหยิบจับสิ่งของไม่ได้ การผ่าตัดรักษาโรคนี้ใช้เทคนิคผ่าตัดแผลเล็ก เพื่อขยายช่องเส้นประสาท ใช้เวลาประมาณ 10 -15 นาที โดยแพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะที่ เมื่อผ่าตัดแล้วสามารถกลับบ้านได้ ไม่ต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาล การดูแลตัวเองหลังผ่าตัดคือ แผลผ่าตัดห้ามโดนน้ำ 7 วัน จากนั้นแพทย์จะทำการตัดไหม ภายหลังตัดไหมแล้วสามารถกลับไปใช้งานได้ตามปกติ

เอ็นข้อมืออักเสบ
เป็นโรคที่พบบ่อยในกลุ่มคนที่ใช้มือทำงานหนักๆ จนเกิดการอักเสบที่เอ็นบริเวณข้อมือทางด้านหลังฝั่งนิ้วหัวแม่มือ เจ็บเมื่อกระดกนิ้วหัวแม่มือ การรักษาในระยะแรกทำได้โดยการประคบเย็นบ่อยๆ ตามด้วยการขยับเบาๆ เพื่อให้เอ็นมีการยืดตัว ไม่ควรทำรุนแรง ร่วมกับการพักการใช้มือข้างที่อักเสบ
การรักษาเนื้องอกเส้นประสาทบริเวณมือ คนไข้จะมาพบแพทย์ด้วยก้อนที่เกิดขึ้นบริเวณข้อมือ โดยจะรู้สึกเหมือนไฟช็อต มีอาการชามือ ปวด เนื่องจากเส้นประสาทถูกกดทับ เนื่องจากเส้นประสาทที่เราอาจมองเห็นจากภายนอกเป็นเส้นใหญ่ๆ ความเป็นจริงแล้วมีเส้นประสาทเส้นเล็กๆ อยู่ข้างในเป็นร้อยๆ เส้น ดังนั้นการผ่าตัดเนื้องอกในเส้นประสาทต้องใช้กล้อง Microsurgery ที่มีความละเอียดเป็นพิเศษในการตัดเนื้องอกหรือถุงน้ำในเส้นประสาทเพื่อแยกเส้นประสาทเล็กๆ ออกมา เพราะหากผ่าตัดโดนเส้นประสาทคนไข้อาจสูญเสียความรู้สึกที่มือได้

นอกจากนี้ยังมี อุบัติเหตุทางการรักษานิ้วมือที่พิการแต่กำเนิด เช่น นิ้วเกิน นิ้วติดกัน เป็นต้น หากเกิดปัญหาเกี่ยวกับมืออย่านิ่งนอนใจ ควรรีบเข้ามาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำการรักษาอย่างถูกต้อง มือคู่สำคัญจะได้กลับมาเคลื่อนไหวได้ดีดังเดิม