สุขภาพ, สุขภาพทั่วไป

โรคประจำตัวบรรเทาได้หากเลือกทาน

โรคประจำตัวบรรเทาได้หากเลือกทาน
ของกินที่พวกเรากินกันทุกวี่ทุกวัน นอกเหนือจากที่จะให้พลังงาน แล้วก็สารอาหารที่จำเป็น รวมทั้งช่วยซ่อมส่วนที่ผุพังของร่างกาย ปฏิบัติหน้าที่เสมอเหมือนยารักษาโรค แต่ในบางครั้งก็กลับจะให้โทษได้แบบเดียวกันนะคะ แม้ว่าพวกเราทานอาหารนั้นๆ ในเวลาที่ผิดจังหวะ โดยยิ่งไปกว่านั้นในตอนที่สุขภาพไม่ดี ร่างกายอ่อนแอ โรคภัยถามหา ก่อนที่จะกินอะไรอาจจำเป็นต้องเลือกกันซักหน่อย
วันนี้มาดูกันว่าเวลาป่วยไข้ หรือคนใดกันแน่ที่มีโรคประจำตัว มีรายการอาหารอะไรที่พวกเราควรจะหลบหลีกกันบ้าง

– ไมเกรน ปวดศรีษะจี๊ดๆ ด้านเดียวบ่อยๆ ควรจะงดเว้นรายการอาหารของหวาน เค้ก ชานม น้ำผลไม้หวานๆ น้ำอัดลม ด้วยเหตุว่าของว่างที่มีจำนวนน้ำตาลสูงจะมีผลให้น้ำตาลในเลือดไม่คงเดิม จะเพิ่มสูงมากขึ้น และก็ลดน้อยลงอย่างเร็ว นำมาซึ่งโรคไฮโปโกลซีเมียหรืออาการที่น้ำตาลในเลือดต่ำได้ เป็นต้นเหตุหนึ่งที่ก่อกำเนิดลักษณะของการปวดหัวไมเกรน นอกจากนี้ยังควรจะลดจำนวนการรับประทานอาหารประเภทเนื้อสัตว์ อีกทั้งเนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อไก่ เนื่องจากว่าโปรตีนซึ่งได้มาจากเนื้อสัตว์พวกนี้มักมีสารพิษตกค้างจากฮอร์โมนต่างๆ ในแนวทางการเลี้ยง ทั้งมีกรดแอมิโนไทโรซิน ที่ทำให้ปวดศีรษะได้ง่ายมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

– อาการข้ออักเสบ ปวดข้อ ปวดหัวเข่า จะลุกนั่งก็ทุกข์ยากลำบาก ทดลองงดเว้นน้ำแข็ง อาหารเย็นๆ เนื่องจากความเย็นจะก่อให้กระเพาะของพวกเราทำงานมากขึ้น และระบบไหลเวียนของเลือดยังดำเนินการได้ไม่เต็มคุณภาพอีกด้วย ที่สำคัญ ควรจะลดของกินชนิดเนื้อสัตว์ เครื่องใน ไขมัน เนื่องจากว่าสารพิษตกค้างที่อยู่ในเนื้อสัตว์ จะเป็นตัวเพิ่มลักษณะของการเจ็บปวด และอาการอักเสบให้ร้ายแรงเพิ่มขึ้น

– สำหรับคนที่มีลักษณะอาการกระเพาะอักเสบ เจ็บท้อง แสบท้องบ่อยๆ ไม่สมควรทานอาหารจำพวกยำ หรือของกินรสจัด รวมถึง ชา กาแฟ น้ำอัดลม (ของกินที่มีคาเฟอีนสูง) ด้วยเหตุว่าจะยิ่งก่อให้เกิดการระคายเคืองของเยื่อบุกระเพาะเพิ่มมากขึ้น ของกินรสจัดยังจะยิ่งเร่งการหลั่งกรดในกระเพาะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อีกด้วย

– คนที่มีลักษณะอาการของเบาหวาน ภาวะความดันโลหิตสูง จำเป็นต้องหลบหลีกของกินที่มีรสเค็ม มีเกลือหรือโซเดียมสูง เนื่องจากโซเดียมจะรีบให้ความดันให้ยิ่งเพิ่มสูงมากขึ้น รวมทั้งของกินรสหวาน และผลไม้สุก เนื่องจากว่าน้ำตาลและไขมันจะมีผลให้มีโรคแทรกขึ้นได้ง่าย ทั้งยังโรคเส้นเลือดเปราะ เรตินาเสื่อม โรคไต ท่อปัสสาวะอักเสบ ฯลฯ

– ผู้เจ็บป่วยที่มีลักษณะโรคตับแข็ง ตับอักเสบ หรืออาการสลายตัวของตับ จำต้องเลี่ยงของกินที่ทำร้ายตับซึ่งที่สำคัญเลย เป็นของกินจำพวกเนื้อสัตว์ เพราะว่าบรรดาเนื้อสัตว์ทั้งหลายแหล่จะมีผลให้ตับจะต้องปฏิบัติงานอย่างมากสำหรับการขับของเสียยกตัวอย่างเช่น ยูเรีย รวมทั้ง แอมโมเนีย ออกไป แต่ว่าเมื่อตับดำเนินการได้ไม่เต็มคุณภาพ ของเสียต่างๆ ก็เลยถูกขับออกมาจากร่างกายได้ลดน้อยลง แล้วก็จะถูกซึมซับกลับเข้าไปในกระแสโลหิตอีกที ทำให้สุขภาพแย่ลง เซื่องซึม และบางเวลาอาจมีอาการหนักถึงกับขนาดสลบไปเลยก็ได้

ผู้ป่วยมักปรารถนาที่จะได้รับการดูแลมากยิ่งกว่าสุขภาพทั่วไป ด้วยเหตุว่าอวัยวะภายในบางส่วนไม่สามารถที่จะดำเนินการได้ตามปกติ การกระทำการกินอาหารก็เลยเป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องเอาใจใส่ดูแลเป็นพิเศษ การเลือกรายการอาหารที่สมควรจะช่วยทำให้ส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ดำเนินงานเบาลง รวมทั้งให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่มีคุณประโยชน์อย่างแท้จริง ตั้งใจกับรายการอาหารต่างๆ แล้วอย่าลืมบริหารร่างกายอย่างพอเหมาะพอควรเพื่อช่วยฟื้นฟู สร้างเสริมสุขภาพโดยรวมให้แข็งแรงกันด้วย

สุขภาพ, สุขภาพทั่วไป

ลดน้ำหนัก ด้วย 5 เทรนด์ลดน้ำหนักแห่งปี

ลดน้ำหนักคงเป็นเรื่องยากสำหรับหลายๆ คน ไม่ว่าจะเทรนด์ลดน้ำหนักแบบไหน ก็ยากอยู่ดี วันนี้เราได้รวบรวมเทรนด์ลดน้ำหนักที่วัยหนุ่มสาวนิยม และทำกันได้ผลจริงๆ มาแนะนำกัน
5 เทรนด์ลดน้ำหนักรวบรวมมาเพราะเห็นผลจริง

1. น้ำสมุนไพร
อาหารธรรมชาติที่ทุกคนนิยมทานกันมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันคงหนีไม่พ้น น้ำสมุนไพร เพราะดื่มง่ายและดีต่อสุขภาพ แถมยังมีรสชาติที่ดี เหมาะกับทุกเพศทุกวัย แถมช่วยดีท็อกซ์สารพิษในร่างกายอีกด้วย เทรนด์ลดน้ำหนักโดยทานอาหารจากธรรมชาติมาจากน้ำสมุนไพรหลากหลายสูตรที่แต่ละร้านบรรจงคัดเลือกส่วนผสมมาอย่างดีเพื่อให้ได้รสชาติที่… ดีที่สุด (เท่าที่จะทำได้) หลังจากนั้นก็เริ่มมีเทรนด์การทำน้ำสมุนไพรดื่มเองที่บ้าน โดยการใส่สารพัดผักและผลไม้ต่าง ๆ ที่ดีต่อร่างกายดื่มเองทุกเช้า มีสูตรไหนที่เคยลองปั่นดื่มเองกันบ้างไหมคะ

2. T25
มีช่วงเวลาหนึ่งที่จู่ๆ T25 ก็เป็นกระแสไวรัล ถึงขนาดมีการแต่งเพลงขึ้นมาและใช้ท่าออกกำลังกายเป็นมิวสิค การออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนักมีหลากหลายรูปแบบ แต่การออกกำลังกายที่นับว่าเป็นทางลัด (เล็ก ๆ) สำหรับคนที่มีเวลาไม่มาก หรืออยากได้ผลลัพธ์โดยใช้เวลาไม่นาน T25 คือคำตอบ เพราะเจ้า T25 นี้มีรูปแบบการออกที่ค่อนข้างโหดและต้องออกต่อเนื่องถึง 25 นาทีติดต่อกันโดยไม่มีพัก หลายคนอาจจะเหนื่อยจากออกกำลังกายติดต่อกันเป็นระยะเวลานานแบบนี้ แต่เมื่อทำแล้วเห็นผลเร็ว จึงเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายจนใคร ๆ ก็เต้น T25 กันจนเป็นเรื่องธรรมดา คลิปวิดีโอต่าง ๆ มีคำว่า T25 เต็มไปหมด

3. กินคลีน
เพราะอาหารคือคำตอบของความอ้วน เลือกกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพก็ไม่อ้วนง่าย เมื่อการออกกำลังกายหนัก ๆ เริ่มไม่ใช่คำตอบของคนสายขี้เกียจ การปรับรูปแบบการรับประทานอาหารจึงเริ่มเป็นกระแสมากขึ้น มีผู้เชี่ยวชาญเคยแนะนำไว้ว่า ความอ้วนล้วนแล้วแต่เกิดจากการทาน หากเราทานอาหารที่ไม่เสี่ยงอ้วน ออกกำลังกายเบาๆ เพื่อให้สุขภาพดีขึ้น ก็สามารถคงรูปร่างที่ดีและสุขภาพที่ดีไว้ได้แล้ว ดังนั้น กระแสการกินคลีนเริ่มเป็นที่พูดถึงเนื่องด้วยช่วยในเรื่องของการลดน้ำหนัก และสุขภาพในด้านอื่น ๆ โดยรวม เพราะการเลือกรับประทานอาหารที่ไม่ปรุงแต่งรสชาติมากจนเกินไป ช่วยลดความเสี่ยงของโรคต่าง ๆ ได้มาก เช่น โรคไต เบาหวาน ไขมันอุดตันเส้นเลือด ฯลฯ

4. IF (Intermittent Fasting)
IF หรือ Intermittent Fasting คือวิธีการลดน้ำหนักโดยการควบคุมแคลอรีและจำกัดเวลาในการทานอาหาร ไหนเราก็ออกกำลังกายไม่ไหว และอดที่จะกินบางอย่างไม่ได้ เราก็เลิกที่จะอด แบบอดอย่างถูกหลักไปเลย ซึ่ง IF นั้นมีหลากหลายวิธีในการปฏิบัติ แต่วิธีที่ได้รับความนิยมก็คือจำกัดเวลาทานอาหาร 8 ชั่วโมง และอดอาหาร 16 ชั่วโมง การทำ IF ให้ได้ผล ต้องไม่อดอาหารมากเกินไป หรือทานมากเกินไป และต้องงดขนมหวานอย่างเด็ดขาด ร่วมกับการออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ

5. คีโตเจนิค
คีโตเจนิค ไดเอต (Ketogenic Diet) คือการกินที่เน้นไขมันสูง รองมาด้วยโปรตีน โดยลดคาร์โบไฮเดรตให้เหลือในปริมาณที่น้อยมากๆ เพื่อให้ร่างกายนำไขมันสะสมมาเผาผลาญเป็นพลังงาน โดยสัดส่วนของประเภทอาหารคือ ไขมันที่ดี 70% โปรตีนทุกประเภท 25% และคาร์โบไฮเดรต 5% ของปริมาณแคลอรี่ต่อวัน อย่างไรก็ตาม การลดน้ำหนักโดยวิธีคีโตไดเอต (Keto Diet) หรือแบบอื่นเช่น แอตกินส์ ไดเอต (Atkins Diet) ปาลิโอ ไดเอต (Paleo Diet) ไม่ได้เป็นทางออกสำหรับทุกคน ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวก่อนเสมอ

สุขภาพ, สุขภาพทั่วไป

สังเกตง่ายๆ ปวดท้องแบบไหนเป็นไส้ติ่ง

“เอ๊ะ อาการปวดท้องมากขนาดนี้ จะเป็นไส้ติ่งหรือเปล่า?” คุณคงน่าจะเคยได้ยินคำถามแบบนี้กันมาบ้าง โดยที่อาจเกิดขึ้นกับตัวเราเอง หรือคนที่อยู่ข้างๆ ไม่ว่าจะเป็น เพื่อน พี่ น้อง พ่อหรือแม่ โดยที่อาการปวดท้องมากๆ เหล่านี้มักเกิดขึ้นบ่อยๆ  แล้วก็อดที่จะสงสัยไม่ได้จริงๆ แต่ทั้งนี้อาการปวดท้องนั้นแท้จริงแล้วเป็นอาการเบื้องต้นของโรคหลายๆ โรค แล้วที้นี้อาการแบบไหนถึงแสดงว่าเป็นอาการปวดท้องของไส้ติ่งกันนะ

ไส้ติ่ง มีหน้าที่อะไร?
ไส้ติ่ง ทำหน้าที่เป็นส่วนที่เก็บสะสมพวกแบคทีเรียที่มีประโยชน์ต่อระบบทางเดินอาหาร ที่สามารถช่วยกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายของเราไว้ ซึ่งหลายๆ คนที่เคยได้ผ่าตัดเปิดหน้าท้อง เช่น ผ่าคลอด อาจจะรบกวนหมอให้ตัดไส้ติ่งออกไปด้วยเลยทีเดียว เพื่อป้องกันการเกิดไส้ติ่งอักเสบในอนาคต เพราะมักคิดว่าไส้ติ่งเป็นอวัยวะที่ไม่มีประโยชน์ใดๆ ในร่างกาย

อย่างไรก็ตาม เราควรใส่ใจและให้ความสนใจไส้ติ่งไว้ เพราะว่าไส้ติ่งนั้นเป็นอวัยวะที่เสี่ยงจะเกิดการอักเสบได้ง่าย เนื่องจากไส้ติ่งนั้นมีบริเวณที่เศษอุจจาระขนาดเล็กๆ สามารถเข้าไปอุดตันจนเกิดการอักเสบได้ และอาจติดเชื้อ มีการบวม ติดเชื้อที่ระบบทางเดินหายใจส่วนบนที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขนาดของต่อมน้ำเหลืองให้โตทั่วร่างกาย และอาจอันตรายไปถึงก้อนเนื้อมะเร็งได้

ปวดท้องไส้ติ่งอักเสบ มีอาการอย่างไร?
นพ.มานัส โพธาภรณ์ ผอ.รพ.ราชวิถี กรมการแพทย์ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า อาการของไส้ติ่งอักเสบจะมีอาการปวดที่แตกต่างจากการอาการปวดท้องของโรคอื่นๆ ดังนี้

  • ปวดท้องอย่างเฉียบพลันบริเวณรอบสะดือ ต่อมาย้ายไปปวดที่ท้องด้านล่างขวา
  • ปวดมากขึ้นขณะเคลื่อนไหวขยับตัว ไอจาม
  • มีอาการคลื่นไส้อาเจียนเบื่ออาหาร
  • อาจมีท้องเสียท้องอืด
  • อาจมีไข้
  • อาจมีอาการปัสสาวะบ่อยขึ้น เนื่องจากการอักเสบของไส้ติ่งไปกระตุ้นท่อไตซึ่งอยู่ใกล้กัน

ดังนั้น ผู้ป่วยที่เสี่ยงโรคไส้ติ่งอักเสบ ควรรีบไปพบแพทย์ เพราะจะได้ทำการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ ซึ่งหากรักษาช้าจนเข้าสู่ระยะรุนแรงไส้ติ่งอาจแตกได้ภายใน 48-72 ชั่วโมง ทั้งนี้อาจจะต้องเข้ารับการผ่าตัดอย่างเร่งด่วน สำหรับการผ่าตัดอย่างเร่งด่วน อาจแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

  1. การผ่าตัดแบบส่องกล้อง ในระยะที่ไม่รุนแรง เป็นการผ่าตัดเล็ก สามารถกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้เร็ว
  2. การผ่าตัดแบบเปิดในกรณีระยะรุนแรงถึงขั้นไส้ติ่งแตก ซึ่งเป็นการผ่าตัดแบบมาตรฐานเพราะนอกจากจะต้องนำไส้ติ่งที่แตกออกแล้วยังต้องทำความสะอาดภายในช่องท้องด้วย

วิธีลดความเสี่ยงเป็นไส้ติ่งอักเสบ
เราสามารถลดความเสี่ยง โดยป้องกันไม่ให้มีอาการท้องผูก รับประทานผักผลไม้ที่มีไฟเบอร์สูงและรีบไปพบแพทย์เมื่อมีอาการดังกล่าวข้างต้น

สุขภาพ, สุขภาพทั่วไป

เสี่ยง ‘ภาวะช็อค’ สังเกตจากสัญญาณเตือน

ภาวะช็อค เป็นภาวะที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน โดยที่เราไม่ทันตั้งตัว ส่งผลให้อวัยวะของเราเกิดความเสียหาย และอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต วันนี้จะมาบอก 8 สัญญาณเตือนเสี่ยง “ภาวะช็อค” ให้คุณได้ระมัดระวังกัน

ภาวะช็อค คือ ภาวะคุกคามชีวิตที่เกิดขึ้นเมื่อร่างกายเกิดการไหลเวียนของเลือดที่ไม่เพียงพอ อวัยวะและเซลล์ไม่ได้รับออกซิเจนและสารอาหารที่เพียงพอที่จะทำงานอย่างสมบูรณ์ ภาวะช็อคต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วนไม่อย่างนั้นอาการจะทรุดตัวอย่างรวดเร็ว

สาเหตุอาการช็อคเกิดจาก

– ร่างกายเสียน้ำ อวัยวะไม่ได้รับออกซิเจนและสารอาหารเพียงพอที่จะทำงานอย่างถูกต้อง หรือเลือดมากเกินไป

– ติดเชื้ออย่างรุนแรงในกระแสเลือด

– แพ้สารต่างๆ หรืออาการแพ้ประจำตัว

– การทำงานที่ผิดปกติของระบบประสาทและสมอง

– โรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ

– ยาบางอย่างที่ช่วยลดการทำงานของหัวใจหรือความดันโลหิต

– อุบัติเหตุ

อาการเมื่ออยู่ในภาวะช็อค

1. มีอาการกระสับกระส่าย ครั่นเนื้อครั่นตัว

2. หายใจเร็ว ลมหายใจสั้นและถี่ เนื่องจากระบบหายใจมีการทำงานผิดปกติ

3. ชีพจรเต้นเร็ว เบา หรือเต้นไม่คงที่

4. เนื้อตัวเย็น ผิวสีซีด อ่อนแรง แต่ไม่มีอาการชาตามร่างกาย เหงื่อออกมากกว่าปกติ

5. มึนงง วิงเวียน มีอาการหน้ามืด เริ่มมีอาการทรงตัวไม่อยู่

6. ตาดำไม่เคลื่อนไหว หรือเกิดอาการตาค้าง ตาเบลอ

7. มีอาการเจ็บหน้าอก แน่นบริเวณหน้าอก

8. ปัสสาวะน้อยกว่าปกติ หรือไม่ปัสสาวะนาน 4-6 ชั่วโมง

9. ไม่รู้สึกตัว หมดสติ

วิธีช่วยเหลือผู้ที่มีอาการช็อค

1. ควรโทรเรียกรถพยาบาล เพื่อขอความช่วยเหลือจากแพทย์ทันที

2. ดูอาการผู้ป่วยว่ามีความผิดปกติของระบบการหายใจเกิดขึ้นหรือไม่ หากผู้ป่วยหายใจแผ่วเบา หรือไม่หายใจ ให้เริ่มต้นการช่วยหายใจด้วยการทำ CPR (Cardiopulmonary resuscitation) ทำอย่างต่อเนื่องอย่างน้อยทุกๆ 5 นาทีเพื่อตรวจสอบอัตราการหายใจ

3. อย่าทำการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเด็ดขาด เพราะอาจกระทบกับอวัยวะ เช่น ศีรษะ คอ หรือกระดูกสันหลัง

4. ยกขาผู้ป่วยขึ้นประมาณ 12 นิ้ว แต่อย่ายกระดับหัวปล่อยผู้ป่วยให้นอนราบไปกับพื้น

5. คลายเสื้อผ้าที่แน่นออก เพื่อให้หายใจสะดวก

6. หากผู้ป่วยเกิดอาเจียนออกมา จับหันศีรษะหันไปข้างหนึ่งเพื่อป้องกันการสำลัก

7. ห้ามให้ผู้ป่วยรับประทานอะไรทั้งสิ้น

8. อย่ารอให้เกิดอาการช็อคอย่างรุนแรงควรนำตัวส่งโรงพยาบาลทันทีที่มีอาการ

เพื่อป้องกันจากภาวะช็อค ทุกคนจึงควรหมั่นไปตรวจสุขภาพบ่อยๆ ว่าร่างกายแข็งแรงดี หรืออาจมีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการช็อคในอนาคตหรือไม่ ดูแลรักษาสุขภาพตัวเอง และปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้ถูกสุขลักษณะเพื่อหลักเลี่ยงภาวะผิดปกติของร่างกายโดยไม่ทันตั้งตัว

สุขภาพทั่วไป

วิวัฒนาการใหม่Artichoke สมุนไพรบำรุงตับ

มะเร็งตับโรคร้ายที่ฆ่าชีวิตมนุษย์ของเราไปนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นเพศหญิงหรือเพศชาย เด็กหรือว่าผู้ชายไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเป็นมะเร็งตับได้ทั้งนั้นบ้างทีคนที่เป็นมะเร็งตับนั้นไม่รู้ตัวว่าตัวเองเป็นโรคนี้อยู่เพราะโรคนี้สามารถซ่อนตัวได้เหมือนกับกิ้งก้าจะไม่แสดงตัวออกมาว่ากำลังทำร้ายตับอยู่นอกจากเราจะเป็นมากๆเหมือนกับเรามองดูไกลๆไม่สามารถเห็นกิ้งก้าที่พลางตัวอยู่บนต้นไม้แต่เมื่อไปใกล้ๆถึงจะเห็นได้

แต่เมื่อเป็นมะเร็งตับหรือหมอตัวพบแล้วนั้นทุกรายมันจะรักษาตัวไม่ทันทำให้ต้องจบชีวิตไปอย่างหน้าเสียดาย มะเร็งตับของเรานั้นแต่เริ่มเดิมทีจะเกิดกับการที่เซลส์ภายในของตับนั้นทำงานได้ผิดปกติ จะมีการเติบโตที่ผิดรูปผิดร่าง จึงทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะจุดที่เราเรียกว่า DNA ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการที่ทำให้ตับได้ทำงาน เพราะเซล DNA  นั้นสำคัญอย่างมากต่อกระบวนการทางการแพทย์ที่เราเรียกว่ากระบวนการรักษาตับชีวเคมีที่สำคัญต่อร่างการของเราทุกคนเพราะเป็นการบวนการควบคุมการทำงานของตับโดยตรง

กระบวนการนี้ได้ถูกเซลส์มะเร็งเข้าไปยับยังการทำงานเหมือนกับถูกควรคุมกระบวนการจากเดิมตับจะค่อย ดูดซึมสารเคมี หรือ สารอาหารที่สำคัญต่อร่างกายเพื่อส่งผ่านไปยังหัวใจ สมอง หลอดเหลือ หรือค่อยขับของเสีย สารพิษออกจากร่างการ แต่เมื่อเซลส์มะเร็งเข้ามา จะขัดขว้างการทำงานทุกรูปแบบของตับที่แต่เดิมเคยทำอะไรไว้ เซลส์มะเร็งจะไปปิดกิจการนั้นๆ เช่น ขัดขว้างไม่ให้ดูดซึมสารอาหารไปหล่อเลี้ยงร่างกายทำให้ร่างกายไม่ได้รับสารอาหาร ทำให้ร่างกายเริ่มภูมิคุ้มกันลดลงเพราะไม่มีสารอาหารที่จำเป็นในการต่อสู้กับโรคร้ายหรือเชื้อไวรัสต่าง และเมื่อเชื้อโรคร้ายเข้ามาสู่ร่างกายแล้ว ตับจะขับออกไปก็ไม่ได้เพราะเซลส์มะเร็งได้ขับขว้างไว้ทำให้ ป้องกันเข้ามาก็ไม่ได้ ขับไล่ก็ไม่ได้จึงเป็นสาเหตุให้ต้องเสียชีวิต

 

ขอแนะนำสินค้าที่ดีต่อตับ โดย Artichoke สมุนไพรบำรุงตับ ที่มาแรงในขณะนี้