สุขภาพ

ประโยชน์ของเราที่เรานั้นเต้นแอโรบิค

เมื่อเรานั้นพูดถึงการที่เรานั้นจะเต้นแอโรบิคนั้นในสมัยนี้นั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ปกติเพราะว่าคนส่วนใหญ่นั้นเริ่มที่จะหันมาใส่ใจในการรักษาสุขภาพกันมากขึ้นตั้งแต่เด็กยันถึงผู้สูงอายุ เพราะว่ากลัวเรื่องโรคภัย  และอีกอย่างนั้นก็อยากที่จให้เราเองนั้นมีสุขภาพที่ดีอีกด้วยอย่างน้อยเรานั้นก็ไม่ปวดเมื่อยตามตัวและยังทำให้สาวๆนั้นมีหุ่นที่ดีและด้วยสิ่งแวดล้อมที่เรานั้นมองว่าไม่ว่าใครนั้นก็เริ่มที่จะสนใจในเรื่องของสุภาพนั้น

ดังนั้นเมื่อเรานั้นหันไปทางไหนนั้นก็จะมีแต่คนนั้นเริ่มที่ที่จะเต้นออกกำลังกายกันมากขึ้น   และการเต้นนั้นก็ทำให้เรานั้นรู้สึกได้ว่าเรานั้นสนุกสนานกับเสียงเพลงที่เขานั้นเปิด  และเรานั้นจะได้เพื่อนที่มาออกกำลังกายกันมีตั้งแต่อายุเท่าไหร่นั้นก็ว่ากันไป และจะทำให้เรานั้นรู้สึกว่าเรานั้นเริ่มที่รักในการออกกายหรือว่าเรานั้นการเต้นแอโรบิคก็ได้  เรานั้นลองมาดูสิว่าเรานั้นจะได้ประโยชน์จากการที่เรานั้นออกกำลังกายมีอะไรบ้าง 

  1. ช่วยในเรื่องของการหายใจของเรานั้นได้ดี   อย่างเช่น  การที่เรานั้นออกกำลังกายบ่อยๆนั้นจะทำให้ปอดของเรานั้นแข็งแรงและเมื่อปอดของเรานั้นแข็งแรงปอดของเรานั้นจะได้ทำงานอย่างเต็มที่เพราะว่าร่างกายของเรานั้นจะได้รับออกซิเจนซึ่งเรานั้นจะได้รับสิ่งที่เป็นประโยชน์อย่างมาก ส่วนใครที่เป็นโรคภูมิแพ้นั้นเรานั้นอยากจะให้ออกกำลังกายเพราะว่าการที่เรานั้นออกกำลังกายจะช่วยให้เรานั้นมีภูมิคุ้มกันและทำให้ร่างกายของเรานั้นแข็งแรงอย่างมาก และยังอาจจะทำให้เรานั้นหายจากโรคภูมิแพ้นั้นก็ได้ 
  2. ระบบไหลเวียนของเลือดนั้นดีขึ้น   แน่นอนว่าการที่เรานั้นออกกำลังกายนั้นจะทำให้เรานั้นเลือดสูบฉีดเป็นในเรื่องที่มากเพราะว่าเพราะว่าเลือดของเรานั้นจะสูบฉีดอีกอย่างจะช่วยในเรื่องของไขมันที่จะเข้าไปอุดตันในเส้นเลือด แอละยังช่วยในเรื่องของการเส้นเลือดในสมองนั้นแตกและเส้นเลือดในสมองนั้นตีบได้อย่างแน่นอน 
  3. ช่วยลดความเครียด  เมื่อเรานั้นไปออกกำลังกายเพราะว่าการที่เรานั้นออกกำลังกายจะช่วยให้เรานั้นไม่เครียด และอีกอย่างนั้นจะช่วยให้เรานั้นได้เพื่อนและเรานั้นได้รู้สึกว่าเรานั้นผ่อนคลายได้อีกด้วยเพราะว่าเวลาที่เรานั้นเหนื่อยๆนั้นเรานั้นจะได้นอนหลับเร็วและไม่ต้องให้เรานั้นมาคิดมากเรื่องอะไรก็แล้วแต่และยังทำให้เรานั้นนอนหลับสบายอีกด้วยตื่นเช้ามานั้นเราจะมีอาการที่สดชื่น 

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยออนไลน์

สุขภาพ

คอมพิวเตอร์ซินโดรมโรคฮิตในช่วง work from home

    ในสถานการณ์ที่เราต้องกักตนเองอยู่ในบ้าน รวมถึงบางคนที่ต้องทำงานในบ้านตามนโยบายของ work from home ที่รัฐบาลมีการประกาศออกมาใช้ในช่วงที่กำลังพยายามลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อยู่นี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสิ่งที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการที่จะให้ประชาชนอยู่ในบ้านอย่างมีความสุขและไม่เกิดความเบื่อหน่ายรวมถึงช่วยให้หลายคนที่ต้องทำงานที่บ้านสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

มันก็คือคอมพิวเตอร์ซึ่งหากเราไม่มีคอมพิวเตอร์แล้วเราจะไม่สามารถ work from home ได้เลยแต่เราก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่าการใช้งานคอมพิวเตอร์เป็นระยะเวลานานๆติดต่อกันนั้นจะมีผลเสียต่อร่างกายและสายตาของเรายังไงบ้างทั้งในเรื่องของอาการตาแห้งปวดตาสายตาพร่ามัวหรือแม้แต่การปวดตามร่างกาย

ทั้งบริเวณไหล่บริเวณคอหรือไม่ปวดหลังซึ่งสิ่งเหล่านี้เกิดมาจากการที่เรามีการใช้งานคอมพิวเตอร์เป็นระยะเวลานานๆ ซึ่งอาการเหล่านี้เราเรียกว่าเป็นอาการของคอมพิวเตอร์ซินโดรมและถ้าหากใดที่จำเป็นต้องมีการใช้งานคอมพิวเตอร์ควรจะหาทางป้องกันไม่ให้เกิดโรคคอมพิวเตอร์ซินโดรมนี้ดังนั้นวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการป้องกันไม่ให้เกิดโรคดังกล่าว

     ซึ่งการใช้คอมพิวเตอร์ที่ดีนั้นเราควรจะมีการใช้งานคอมพิวเตอร์ประมาณ 20 ถึง 30 นาทีหลังจากนั้นก็ควรจะมีการพักสายตาประมาณซัก 30 วินาทีและที่สำคัญควรจะมีการเว้นระยะมองนอกจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยการมองออกไปด้านนอกหน้าต่างหรือมองไปทางไหนก็ได้ที่ไม่ใช่หน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างน้อยประมาณ 20 ฟุต

ขึ้นไปที่สำคัญการใช้งานคอมพิวเตอร์ควรมีการเว้นพักผ่อนโดยอาจจะกำหนดเป็นการใช้งานคอมพิวเตอร์ 2 ชั่วโมงแล้วก็หยุดไปทำกิจกรรมอื่นๆเช่นเดินเล่นหาอะไรกินประมาณสัก 15 นาทีแล้วค่อยกลับมาทำงานใหม่ที่สำคัญการใช้งานคอมพิวเตอร์ควรมีการปรับขนาดของหน้าจอและตัวหนังสือบนคอมพิวเตอร์ให้เหมาะสมไม่ควรจะเล็กหรือใหญ่จนเกินไป

รวมถึงแสงสะท้อนที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ควรมีการปรับให้มองเห็นได้อย่างชัดเจนที่สำคัญการจัดที่นั่งในการวางโต๊ะคอมพิวเตอร์นั้นไม่ควรที่จะให้แสงจากภายนอกหน้าต่างสะท้อนเข้ามาภายในถึงหน้าจอคอมพิวเตอร์มากเกินไปเพราะมันจะทำให้เกิดแสงจ้าส่องเข้าตาส่งผลให้ตามีความเมื่อยล้าและปวดตาได้การวางคอมพิวเตอร์ที่ดี

นั้นควรวางให้ต่ำกว่าระดับสายตาประมาณซัก 15-20 องศาและเราควรมีการนั่งห่างจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ประมาณซัก 70 เซนติเมตรอย่านั่งติดมากจนเกินไปก็จะทำให้สายตาเราเสียได้แล้วที่สำคัญหากเราเป็นผู้ที่ต้องทำงานอยู่กับคอมพิวเตอร์ทุกวันเป็นระยะเวลานานๆควรจะมีการตรวจวัดสายตาอยู่บ่อยๆเพื่อเช็คความผิดปกติของดวงตาของเรา 

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  แทงหวยลาว

สุขภาพ

การดูแลผิวให้รอดตลอดช่วงฤดูร้อน

               ช่วงนี้กำลังอยู่ในช่วงของฤดูร้อนซึ่งโดยปกติแล้วประเทศไทยก็มีฤดูร้อนร้อนมาก 2 ฤดูเท่านั้นอยู่แล้วและในช่วงฤดูร้อนนั้นปกติแล้วเราจะต้องเจอแสงแดดที่อุณหภูมิร้อนจัดมากเรียกได้ว่าร้อนระอุจนบางคนที่ต้องทำงานอยู่กลางแดดถึงขนาดช็อกตายเลยก็มีซึ่งในช่วงหน้าร้อนนั้นเป็นช่วงที่ผิวพรรณของเราจะได้รับแสงแดดในปริมาณมากทำให้เราเกิดอาการผิวคล้ำเสียและหมองดำได้ง่าย

ดังนั้นวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการดูแลผิวพรรณในช่วงหน้าร้อนให้ได้มีประสิทธิภาพทำให้ผิวของเรายังสวยใสเป๊ะเวอร์ตลอดช่วงฤดูร้อนกันเลยทีเดียวมาดูกันว่าวิธีการดูแลผิวพรรณให้สวยใสตลอดเวลานั้นทำอย่างไรบ้าง 

           อันดับแรกขายไม่ได้เลยก็คือครีมกันแดดนั่นเองนะคะซึ่งถ้าใครไม่ทาครีมกันแดดแล้วก็ขอบอกเลยว่าผิวพังแน่นอนเพราะครีมกันแดดนี้จะช่วยป้องกันแสงแดดให้เราได้ระดับหนึ่งเลยทีเดียวเป็นอะไรที่ขาดไม่ได้โดยเฉพาะหน้าร้อนและทางที่ดีเราควรมีการเลือกครีมกันแดดที่มีประสิทธิภาพ ด้วยการเลือกครีมกันแดดที่มี SPF มากกว่า 30 ขึ้นไปนะคะเพราะไม่เช่นนั้นแล้วอาจจะสู้แดดที่กำลังแผดเผาอยู่ในปัจจุบันนี้ไม่ได้และที่สำคัญ PA ก็ควรจะมีตั้งแต่ 3 บวกขึ้นไปด้วยเช่นเดียวกัน แล้วใครก็ตามที่ทาครีมกันแดดก็อย่าเพิ่งวางใจไปนะคะว่าเราสามารถออกแบบได้ 100% ถึงแม้จะมีครีมกันแดดคอยปกป้องผิวพรรณของเราแล้ว

แต่ก็ใช่ว่าแสงแดดจะไม่สามารถทะลุทะลวงผ่านทางครีมกันแดดลงไปได้ดังนั้นทางที่ดีเราควรจะมีการหลีกเลี่ยงการเผชิญกับแสงแดดโดยตรงโดยเฉพาะแสงในช่วงตั้งแต่ประมาณ 10:00 นถึง 15:00 นเป็นช่วงที่อุณหภูมิร้อนแรงเป็นอย่างมากสามารถจะแผดเผาผิวเราให้ไหม้เกรียมได้เลยทีเดียวซึ่งหากมีความจำเป็นที่จะต้องออกไปกลางแจ้งในช่วงเวลานี้ควรที่จะมีการป้องกันเพิ่มเติมนั่นก็คือสวมใส่เสื้อที่มีแขนยาวหรือกางเกงขายาวที่สำคัญควรจะกางร่มและหากเป็นไปได้คือหาผ้าคลุมหน้าปิดอีกครั้งหนึ่งด้วย

อันนี้ก็จะช่วยได้มากๆเลยทีเดียวสำหรับการป้องกันแสงแดดแต่ถ้าหากเป็นไปได้เราก็ควรหลีกเลี่ยงในช่วงเวลาดังกล่าวให้อยู่แต่ในอาคารจะเป็นการดีที่สุด และแน่นอนที่เป็นการดูแลผิวพรรณเราได้ดีมากที่สุดก็คือการให้น้ำผิวพรรณของเราด้วยการดื่มน้ำมากๆระหว่างวันซึ่งปกติแน่นอนว่าทุกคนทราบอยู่แล้วว่าการดื่มน้ำนั้นควรจะให้เพียงพอกับที่ร่างกายต้องการโดยปริมาณที่ร่างกายของเรา

ต้องการน้ำนั้นก็จะอยู่ที่ประมาณ 8-9 ด้วยกันซึ่งการดื่มน้ำที่ดีนั้นไม่จำเป็นต้องดื่มในปริมาณมากๆในครั้งเดียวแต่ให้เราใช้ลักษณะของการติดต่อไปเรื่อยๆตลอดทั้งวันก็จะช่วยทำให้ร่างกายของเราได้รับน้ำที่เพียงพอและก็จะช่วยให้ผิวพรรณของเราสดชื่นมีน้ำหล่อเลี้ยงอยู่ตลอดเวลาและที่สำคัญยังช่วยสามารถล้างสารพิษออกจากร่างกายของเราด้วย

           เห็นไหมคะว่าแค่ทำตามเพียงเท่านี้เราก็จะสามารถทำให้ผิวของเรากลับมาสวยเปล่งปลั่งได้ในช่วงหน้าร้อนโดยที่ไม่ต้องทำอะไรมากเลยทีเดียว

 

 

สนับสนุนโดย  หวยออนไลน์บาทละ 950

สุขภาพ

การดื่มกาแฟก็ดีต่อสุขภาพได้หากเรารู้วิธีทำ

           เราเคยมีความรู้กันมาว่ากาแฟจะมีผลเสียต่อสุขภาพมากกว่าผลดีเพราะว่ามีคาเฟอีนเยอะส่งผลให้เส้นเลือดมีการสูบฉีดอย่างรวดเร็วคาเฟอีนทำให้ร่างกายตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาแต่ในขณะเดียวกันเราก็ค้นพบอีกว่าหากคนที่ดื่มกาแฟดื่มกาแฟที่ใส่นมเยอะๆจะทำให้เกิดเป็นโรคอ้วนและเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

แต่ถ้าหากใครก็ตามที่กินกาแฟดำก็จะส่งผลดีต่อสุขภาพเพราะจะทำให้ลดน้ำหนักได้ซึ่งความเชื่อต่างๆมีมากมายหลายอย่างและเมื่อไม่นานมานี้ที่ประเทศนอร์เวย์ก็ได้มีการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องของกาแฟเพิ่มเติมโดยมีการให้คนนำมาทดลองการดื่มกาแฟจำนวน 500,000 คนซึ่งคนที่มาทดลองนั้นจะมีอายุตั้งแต่ 20 ถึง 79 ปี

โดยวิธีการทดลองต้องการที่จะให้เห็นผลว่ากาแฟมีประโยชน์ต่อร่างกายจริงหรือไม่และสามารถช่วยให้อายุยืนยาวได้จริงหรือเปล่าซึ่งจากการทดลองพบว่าหากการชงกาแฟที่ถูกต้องก็จะสามารถช่วยยืดอายุให้คนเรามีอายุยืนยาวได้และยังลดความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตลง ซึ่งการที่จะให้เห็นผลได้ดีนั้นจะต้องมีการชงกาแฟโดยใช้น้ำให้ไหลผ่านผงกาแฟและผ่านไปที่กระดาษกรองอีกชั้นหนึ่งซึ่งวิธีการเช่นนี้จะช่วยให้สารที่ตกค้างถูกกรองไว้ที่แผ่นกรองดังนั้นกาแฟจะไม่มีสารพิษและไม่ส่งผลต่ออันตรายต่อร่างกายอีกทั้งยังป้องกันในเรื่องของการเป็นโรคหัวใจได้ดีอีกด้วย

แต่ในขณะเดียวกันกลุ่มการที่ถูกทดลองให้กินกาแฟโดยที่นี่ไม่ต้องใช้แผ่นกรองกับพบว่าทำให้สุขภาพร่างกายเจ็บป่วยได้ง่ายเนื่องจากว่าจะพบว่าจะมีสารพิษไตรกลีเซอไรด์และคอเลสเตอรอลที่ตกค้างอยู่ในกาแฟสูงและเมื่อดื่มเข้าไปก็จะเข้าไปผสมอยู่ในเส้นเลือดให้มีปริมาณมากยิ่งขึ้นดังนั้นจึงเข้าใจได้ว่าหากมีการชงกาแฟผ่านทางกระดาษกรองจะสามารถทำให้ลดการเสียชีวิตลงได้สูงถึง 15 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว

ดังนั้นใครยิ่งกินกาแฟมากในแต่ละวันด้วยการกินกาแฟที่มีการกรองจากกระดาษกรองแล้วเราก็อายุก็จะยิ่งยืนนานเพิ่มขึ้นไปด้วยสำหรับผลการทดลองนอกจากกาแฟจะช่วยในเรื่องของปัญหาหัวใจแล้วยังช่วยในเรื่องของอารมณ์ดีและการให้ทำงานมีอย่างประสิทธิภาพในที่ทำงานอีกด้วยเหลือแต่ว่าถ้าดื่มกาแฟที่มีการชงอย่างถูกวิธีโรคภัยไข้เจ็บที่เราเคยกลัวก็สามารถลดลงได้เพราะกาแฟนี่เอง

   อย่างไรก็ตามกาแฟก็ยังมีคาเฟอีนอยู่เป็นส่วนผสมหลักดังนั้นการกินกาแฟที่ดีก็ไม่ควรกินตลอดเวลาซึ่งอย่างที่เราทราบกันดีว่าหากเรากินกาแฟในช่วงเย็นหรือช่วงค่ำจะทำให้เรานอนไม่หลับดังนั้นการกินกาแฟที่ถูกต้องควรกินช่วงเวลาตั้งแต่ 10:00 . จนถึง 13:00 .เท่านั้น

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  รวมเว็บหวยออนไลน์

สุขภาพ

4 พฤติกรรมที่ทำแล้ว อ้วนขึ้นไม่รู้ตัวได้เลยนะ 

ทำไมนะ ลดน้ำหนักก็นานแล้ว ออกกำลังกายก็เยอะ แต่ทำไมยังอ้วนละ เพื่อนๆรู้หรือไม่ว่าจริงๆแล้วการลดน้ำหนัก มีเรื่องพฤติกรรมของเรามาเกี่ยวด้วย เพราะบางพฤติกรรมของเรานั้นทำให้เราลดน้ำหนักได้ยาก แถมทำให้อ้วนขึ้นไม่รู้ตัวอีกด้วยนะ 

หากวันนี้  หวยออนไลน์บาทละ 1000  และเพื่อนๆรู้แล้วว่ามันคือพฤติกรรมอะไรบ้าง น่าจะช่วยทำให้การลดน้ำหนักของเพื่อนๆง่ายขึ้นนะงั้นเราไปดูกันเลยดีกว่าว่ามีพฤติกรรมอะไรที่ต้องระวังขณะที่กำลังลดน้ำหนักบ้าง

1.ไม่อ่านฉลากโภชนาการเลย

การที่คุณเห็นอาหารแล้วเอาเข้าปากกินเลย บางที่ทำให้ไม่รู้ว่าที่เรากินอาหารเข้าไปนั้นแคลอรีเยอะมากแค่ไหนการที่คุณได้กินอาหารที่ผ่านการอ่านฉลากโภชนาการก่อนแล้ว จะทำให้คุณรู้ว่าอาหารมื้อนี้ที่คุ๖ณกินเข้าไปนั้นมีคุณภาพเท่าไร เพราะคุณจะรู้ว่าคุณได้รับ โปรตีน คาร์โบไฮเดรตและไขมันเท่าไร แถมควบคุมแคลอรีได้ง่ายด้วย

2.กินอาหารรสจัดๆ

การกินอาหารรสจัดนั้น ไม่ได้หมายถึงแต่ความเผ็ดอย่างเดียวนะ หากคุณเป็นคนกินอาหารรสจัดแบบหวาน เค็ม เผ็ด เปรี้ยว มัน แบบจัดๆ มันจะทำให้คุณมีโอกาสผอมยากขึ้นนะ เพราะการที่คุณกินเค็มมาก ร่างกายรับโซเดียมมากก็จะบวม แต่ถ้าเป็นหวาน มัน แล้วละก็คุณจะได้แคลอรีที่สูงจากความหวานและความมันแน่นอน ส่วนการกินเผ็ดหากกินแต่พอดีๆ จะไปช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญของคุณให้ทำงานได้ดี เพราะฉะนั้นหากคุณจะกินรสจัด จริงๆแล้วสามารถกินได้นะ แต่ต้องนานๆครั้งพอ ห้ามบ่อย! ไม่งั้นอ้วนขึ้นแน่

3.เคลื่อนไหว ขยับตัวน้อย

ก็คือ ขี้เกียจทำนู้นทำนี่ นอนเฉยๆ นั่งเฉยๆ ไม่อยากเคลื่อนไหวหรือขยับร่างกาย ซึ่งนั้นไม่ดีเลยเพราะมันจะทำให้คุณอ้วนขึ้นแน่ๆ เพราะจะกลายเป็นว่าคุณจะกินๆนอนๆ ไม่ค่อยขยับ แล้วพลังงานที่กินเข้าไปจะเผาผลาญยังไงได้ละ เพราะฉะนั้นขยันๆขยับและเคลื่อนไหวหน่อยนะ 

4.ติดของหวาน หลังมื้อหนัก

การกินขนมหวานตบท้ายทุกครั้งหลังจากกินมื้อหลักมา ไม่ใช่สิ่งทีดีเลยเพราะมันจะทำให้คุณกินขนมหวานหลังกินมื้อหลักทุกๆมื้อๆและกลายเป็นว่าคุณกินของหวานเยอะไปมาก ยกตัวอย่างการกิน ถ้าคุณเพิ่งกินข้าวอกไก่ ไข่ต้มมา แต่มอต่อด้วยไอศกรีม 1 ถ้วยใหญ่ และมื้อถัดไปกินสลัดอกไก่ กินเสร็จกินขนมหวานอีก 1 ถ้วย กลายเป็นหวานคุณจะได้พลังงานเข้าสู่ร่างกายมหาศาลและถ้าใช้ไม่หมดคุณจะอ้วนขึ้นอย่างแน่นอน เพราะแบบนี้เอง คุณควรจะลดหรืองดของหวานหลังมื้อหนักทุกมื้อนะ!

สุขภาพ

ตรวจสุขภาพด้วยตนเองจากสีของประจำเดือน

ประจำเดือนเป็นเรื่องปกติของร่างกายผู้หญิงที่จะต้องพบเจอกับมันในทุก ๆเดือนหากยังไม่มีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น และสีหรือลักษณะของประจำเดือนก็สามารถบอกถึงสุขภาพของเราได้ว่ามีอาการหรือโรคใด ๆผิดปกติที่เกิดขึ้นกับร่างกายหรือไม่ ดังนั้นเราจึงไม่ควรที่จะละเลยสิ่งเล็ก ๆเหล่านี้ ควรหมั่นตรวจเช็คร่างกายของตนเองอยู่เสมอ เพื่อที่จะได้ทำการรักษาได้ทันหากมีโรคต่าง ๆเกิดขึ้นกับร่างกาย 

ประจำเดือนสีแดงสด ในรอบเดือนนั้น ๆหากมีประจำเดือนมีสีแดงสดนั่นหมายความว่า สุขภาพของคุณแข็งแรงดีมากนั่นเอง จึงไม่ต้องกังวลหากมีประจำเดือนสีนี้ เพราะมันคือความปกติของร่างกาย แต่หากมีประจำเดือนสีแดงสดในระยะเวลาที่มากกว่า 8 วันใน 1 เดือน ควรรีบปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพราะอาจเป็นอาการของโรคบางอย่างได้

ประจำเดือนสีชมพูอ่อน หากผู้ที่มีประจำเดือนเป็นสีชมพูอ่อน และมีลักษณะใส ไม่ข้น ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพ เพราะร่างกายของคุณกำลังบ่งบอกว่าคุณได้รับสารอาหารบางชนิดไม่เพียงพอที่ร่างกายต้องการ จึงควรตรวจสุขภาพเพื่อนำยาบำรุงมารับประทานต่อไป และในบางรายที่มีลักษณะประจำเดือนสีนี้อาจเป็นอาการของโรคมะเร็งรังไข่ในระยะเริ่มต้นได้ ดังนั้นจึงควรเข้ารับการตรวจสุขภาพเพื่อให้ได้ผลที่แน่ชัด

ประจำเดือนสีชมพูเข้ม ผู้ที่มีประจำเดือนสีนี้โดยส่วนใหญ่มักจะเป็นในผู้ที่เป็นนักกีฬาที่ออกกำลังกายอย่างหักโหม ทำให้ปริมาณของฮอร์โมนบางชนิดในร่างกายต่ำกว่าปกติ จะส่งผลให้ประจำเดือนมีสีชมพูเข้ม และส่งผลไปถึงสุขภาพผิวพรรณอีกด้วย ผู้ที่ออกกำกายอย่างหักโหมหากเริ่มมีประจำเดือนสีนี้ ควรลดการออกกำลังกายลงให้พอดีกับร่างกาย 

ประจำเดือนสีเทา หรืออาจจะมีสีเทาผสมกับสีแดงเล็กน้อย ผู้ที่มีสีของประจำเดือนเป็นสีนี้หมายความว่าคุณอาจติดโรคบางชนิดจากการมีเพศสัมพันธ์ หรือในผู้ที่ตั้งครรภ์การมีเลือดออกมาในลักษณะนี้เป็นสัญญาณที่ไม่ดีแน่ ๆควรรีบไปพบแพทย์ทันที

ประจำเดือนสีส้ม ลักษณะเป็นสีแดงค่อนไปทางสีส้ม มีกลิ่นเหม็น ในบางรายอาจมีอาการปวดท้องร่วมด้วย ผู้ที่มีลักษณะประจำเดือนแบบนี้ซึ่งไม่เป็นเรื่องปกติแน่ ๆ เพราะโดยส่วนใหญ่แล้วมาจากการติดเชื้อบริเวณช่องคลอด ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาทันที 

การสังเกตสุขภาพจากสีของประจำเดือนเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นสัญญาณบางอย่างที่ร่างกายของเรากำลังบ่งบอก และจะได้ทำการรักษาอาการได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้การรับประทานอาหารให้เพียงพอต่อร่างกาย และการออกกำลังกายอย่างเหมาะสม ก็เป็นสิ่งที่ส่งผลให้เรามีสุขภาพที่ดี โดยสามารถดูได้จากสีประจำเดือนของเรานั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  หวยออนไลน์ขั้นต่ำ 1 บาท

สุขภาพ

ประโยชน์ของน้ำผึ้ง

ประโยชน์ของน้ำผึ้งมีดังนี้

สำหรับสาวๆที่รักสุขภาพทั้งหลาย วันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องของน้ำผึ้งกันคะ เชื่อว่าหลายท่านน่าจะรู้จักกันดีอยู่แล้ว  น้ำผึ้งคือน้ำหวานธรรมชาติจากเกษรดอกไม้ซึ่งได้มาจากรวงผึ้ง ผู้ที่ลดความอ้วนแบบไม่เคร่งครัดสามารถใช้น้ำผึ้งเป็นสารให้ความหวานแทนน้ำตาลได้ เอามาผสมกับเครื่องดื่มต่างๆเช่น ชา กาแฟ หรือแม้กระทั่งน้ำมะนาว ก็จะช่วยทำให้ได้รสชาติที่หอมหวานอร่อยขึ้น นอกเหนือจากเรื่องรสชาติแล้ว เรายังพบว่าในน้ำผึ้งมีแร่ธาตุและวิตามินต่างๆ อยู่เป็นจำนวนมาก  อีกทั้งยังมีคุณสมบัติใช้เป็นยารักษาโรคได้อีกด้วย

 เรานำน้ำผึ้งมาใช้เป็นยารักษาโรคและลดอาการต่างๆที่เกิดขึ้นดังนี้  

  1. ลดอาการไอและแก้เจ็บคอ นักวิจัยพบว่าในน้ำผึ้งมีสารเทียบเท่ากับยาปฏิชีวนะซึ่งสามารถกำจัดเชื้อไวรัสได้ ถ้าคุณรู้สึกมีอาการไอและเจ็บคอให้คุณลองผสมน้ำผึ้งกับน้ำอุ่นและบีบมะนาวลงไปเล็กน้อย จิบบ่อยๆอาการที่เป็นอยู่ก็จะหายไวขึ้น
  2. แก้ปัญหาท้องผูกท้องเฟ้อ เนื่องจากเอนไซม์ในน้ำผึ้งมีสารช่วยย่อยคาร์โบไฮเดรต ออกฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ การดื่มน้ำผึ้งผสมน้ำอุ่นก่อนนอน ตื่นเช้ามาจะช่วยให้คุณขับถ่ายของเสียออกมาได้สะดวกยิ่งขึ้น
  3. ช่วยให้หลับสบายขึ้น การกินน้ำผึ้งจำนวน1ช้อนชาก่อนนอน 30 นาทีจะช่วยให้คุณง่วงแล้วหลับสบาย เพราะเราพบว่าในน้ำผึ้งมีกรดธรรมชาติที่ชื่อกรดเดซิโนอิค กรดตัวนี้มีคุณสมบัติช่วยคลายเครียด และปรับอารมณ์ให้ดีขึ้น เมื่อคุณรู้สึกผ่อนคลายไม่มีความกังวลใดๆ เมื่อล้มหัวลงนอนคุณก็จะง่วงและหลับไปในที่สุด
  4. แก้ท้องเสีย เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณมีอาการท้องเสีย ให้คุณดื่มน้ำผึ้งผสมน้ำอุ่นสักหนึ่งแก้วขนาดที่คุณใช้ชงกาแฟ รอเวลาสักพักอาการปวดท้องและท้องเสียจะดีขึ้น นั่นก็เพราะว่าในน้ำผึ้งมีสารที่สามารถฆ่าเชื้อโรคในกระเพาะอาหารและลำไส้นั่นเอง
  5. ช่วยลดอาการของคนที่เป็นภูมิแพ้ เมื่อเราดื่มน้ำผึ้งเข้าไปอนุมูลละอองเกสรดอกไม้ที่มีขนาดเล็กที่อยู่ในน้ำผึ้งจะเข้าสู่ร่างกายของเรา ซึ่งเมื่อร่างกายของเราเจอกับอนุมูลเหล่านั้น มันก็จะไปกระตุ้นทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายทำงานมากขึ้น เมื่อสารฮิสตามีนผลิตได้น้อยลง อาการของโรคภูมิแพ้อากาศจึงมีน้อยลงด้วย

 

ถึงเราจะบอกว่าน้ำผึ้งมีประโยชน์เยอะแยะมากมาย แต่ใช่ว่าจะไม่มีโทษ สำหรับคนที่เป็นโรคเบาหวานไม่ควรกินน้ำผึ้งในปริมาณเยอะเกินไปเนื่องจากน้ำผึ้งมีรสหวานให้น้ำตาลและแคลอรี่สูงมาก อาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย หรือที่ชาวบ้านทั่วไปเรียกกันว่า เบาหวานขึ้น ถ้ามีอาการกำเริบหนักก็จะหน้ามืด วูบ และช็อกหมดสติได้ ทางที่ดีควรบริโภคแต่พอเหมาะพอควรเพื่อสุขภาพที่ดีของร่างกายคุณเองคะ

 

สนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv

สุขภาพ, สุขภาพทั่วไป

โรคประจำตัวบรรเทาได้หากเลือกทาน

โรคประจำตัวบรรเทาได้หากเลือกทาน
ของกินที่พวกเรากินกันทุกวี่ทุกวัน นอกเหนือจากที่จะให้พลังงาน แล้วก็สารอาหารที่จำเป็น รวมทั้งช่วยซ่อมส่วนที่ผุพังของร่างกาย ปฏิบัติหน้าที่เสมอเหมือนยารักษาโรค แต่ในบางครั้งก็กลับจะให้โทษได้แบบเดียวกันนะคะ แม้ว่าพวกเราทานอาหารนั้นๆ ในเวลาที่ผิดจังหวะ โดยยิ่งไปกว่านั้นในตอนที่สุขภาพไม่ดี ร่างกายอ่อนแอ โรคภัยถามหา ก่อนที่จะกินอะไรอาจจำเป็นต้องเลือกกันซักหน่อย
วันนี้มาดูกันว่าเวลาป่วยไข้ หรือคนใดกันแน่ที่มีโรคประจำตัว มีรายการอาหารอะไรที่พวกเราควรจะหลบหลีกกันบ้าง

– ไมเกรน ปวดศรีษะจี๊ดๆ ด้านเดียวบ่อยๆ ควรจะงดเว้นรายการอาหารของหวาน เค้ก ชานม น้ำผลไม้หวานๆ น้ำอัดลม ด้วยเหตุว่าของว่างที่มีจำนวนน้ำตาลสูงจะมีผลให้น้ำตาลในเลือดไม่คงเดิม จะเพิ่มสูงมากขึ้น และก็ลดน้อยลงอย่างเร็ว นำมาซึ่งโรคไฮโปโกลซีเมียหรืออาการที่น้ำตาลในเลือดต่ำได้ เป็นต้นเหตุหนึ่งที่ก่อกำเนิดลักษณะของการปวดหัวไมเกรน นอกจากนี้ยังควรจะลดจำนวนการรับประทานอาหารประเภทเนื้อสัตว์ อีกทั้งเนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อไก่ เนื่องจากว่าโปรตีนซึ่งได้มาจากเนื้อสัตว์พวกนี้มักมีสารพิษตกค้างจากฮอร์โมนต่างๆ ในแนวทางการเลี้ยง ทั้งมีกรดแอมิโนไทโรซิน ที่ทำให้ปวดศีรษะได้ง่ายมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

– อาการข้ออักเสบ ปวดข้อ ปวดหัวเข่า จะลุกนั่งก็ทุกข์ยากลำบาก ทดลองงดเว้นน้ำแข็ง อาหารเย็นๆ เนื่องจากความเย็นจะก่อให้กระเพาะของพวกเราทำงานมากขึ้น และระบบไหลเวียนของเลือดยังดำเนินการได้ไม่เต็มคุณภาพอีกด้วย ที่สำคัญ ควรจะลดของกินชนิดเนื้อสัตว์ เครื่องใน ไขมัน เนื่องจากว่าสารพิษตกค้างที่อยู่ในเนื้อสัตว์ จะเป็นตัวเพิ่มลักษณะของการเจ็บปวด และอาการอักเสบให้ร้ายแรงเพิ่มขึ้น

– สำหรับคนที่มีลักษณะอาการกระเพาะอักเสบ เจ็บท้อง แสบท้องบ่อยๆ ไม่สมควรทานอาหารจำพวกยำ หรือของกินรสจัด รวมถึง ชา กาแฟ น้ำอัดลม (ของกินที่มีคาเฟอีนสูง) ด้วยเหตุว่าจะยิ่งก่อให้เกิดการระคายเคืองของเยื่อบุกระเพาะเพิ่มมากขึ้น ของกินรสจัดยังจะยิ่งเร่งการหลั่งกรดในกระเพาะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อีกด้วย

– คนที่มีลักษณะอาการของเบาหวาน ภาวะความดันโลหิตสูง จำเป็นต้องหลบหลีกของกินที่มีรสเค็ม มีเกลือหรือโซเดียมสูง เนื่องจากโซเดียมจะรีบให้ความดันให้ยิ่งเพิ่มสูงมากขึ้น รวมทั้งของกินรสหวาน และผลไม้สุก เนื่องจากว่าน้ำตาลและไขมันจะมีผลให้มีโรคแทรกขึ้นได้ง่าย ทั้งยังโรคเส้นเลือดเปราะ เรตินาเสื่อม โรคไต ท่อปัสสาวะอักเสบ ฯลฯ

– ผู้เจ็บป่วยที่มีลักษณะโรคตับแข็ง ตับอักเสบ หรืออาการสลายตัวของตับ จำต้องเลี่ยงของกินที่ทำร้ายตับซึ่งที่สำคัญเลย เป็นของกินจำพวกเนื้อสัตว์ เพราะว่าบรรดาเนื้อสัตว์ทั้งหลายแหล่จะมีผลให้ตับจะต้องปฏิบัติงานอย่างมากสำหรับการขับของเสียยกตัวอย่างเช่น ยูเรีย รวมทั้ง แอมโมเนีย ออกไป แต่ว่าเมื่อตับดำเนินการได้ไม่เต็มคุณภาพ ของเสียต่างๆ ก็เลยถูกขับออกมาจากร่างกายได้ลดน้อยลง แล้วก็จะถูกซึมซับกลับเข้าไปในกระแสโลหิตอีกที ทำให้สุขภาพแย่ลง เซื่องซึม และบางเวลาอาจมีอาการหนักถึงกับขนาดสลบไปเลยก็ได้

ผู้ป่วยมักปรารถนาที่จะได้รับการดูแลมากยิ่งกว่าสุขภาพทั่วไป ด้วยเหตุว่าอวัยวะภายในบางส่วนไม่สามารถที่จะดำเนินการได้ตามปกติ การกระทำการกินอาหารก็เลยเป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องเอาใจใส่ดูแลเป็นพิเศษ การเลือกรายการอาหารที่สมควรจะช่วยทำให้ส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ดำเนินงานเบาลง รวมทั้งให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่มีคุณประโยชน์อย่างแท้จริง ตั้งใจกับรายการอาหารต่างๆ แล้วอย่าลืมบริหารร่างกายอย่างพอเหมาะพอควรเพื่อช่วยฟื้นฟู สร้างเสริมสุขภาพโดยรวมให้แข็งแรงกันด้วย

สุขภาพ, สุขภาพทั่วไป

ลดน้ำหนัก ด้วย 5 เทรนด์ลดน้ำหนักแห่งปี

ลดน้ำหนักคงเป็นเรื่องยากสำหรับหลายๆ คน ไม่ว่าจะเทรนด์ลดน้ำหนักแบบไหน ก็ยากอยู่ดี วันนี้เราได้รวบรวมเทรนด์ลดน้ำหนักที่วัยหนุ่มสาวนิยม และทำกันได้ผลจริงๆ มาแนะนำกัน
5 เทรนด์ลดน้ำหนักรวบรวมมาเพราะเห็นผลจริง

1. น้ำสมุนไพร
อาหารธรรมชาติที่ทุกคนนิยมทานกันมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันคงหนีไม่พ้น น้ำสมุนไพร เพราะดื่มง่ายและดีต่อสุขภาพ แถมยังมีรสชาติที่ดี เหมาะกับทุกเพศทุกวัย แถมช่วยดีท็อกซ์สารพิษในร่างกายอีกด้วย เทรนด์ลดน้ำหนักโดยทานอาหารจากธรรมชาติมาจากน้ำสมุนไพรหลากหลายสูตรที่แต่ละร้านบรรจงคัดเลือกส่วนผสมมาอย่างดีเพื่อให้ได้รสชาติที่… ดีที่สุด (เท่าที่จะทำได้) หลังจากนั้นก็เริ่มมีเทรนด์การทำน้ำสมุนไพรดื่มเองที่บ้าน โดยการใส่สารพัดผักและผลไม้ต่าง ๆ ที่ดีต่อร่างกายดื่มเองทุกเช้า มีสูตรไหนที่เคยลองปั่นดื่มเองกันบ้างไหมคะ

2. T25
มีช่วงเวลาหนึ่งที่จู่ๆ T25 ก็เป็นกระแสไวรัล ถึงขนาดมีการแต่งเพลงขึ้นมาและใช้ท่าออกกำลังกายเป็นมิวสิค การออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนักมีหลากหลายรูปแบบ แต่การออกกำลังกายที่นับว่าเป็นทางลัด (เล็ก ๆ) สำหรับคนที่มีเวลาไม่มาก หรืออยากได้ผลลัพธ์โดยใช้เวลาไม่นาน T25 คือคำตอบ เพราะเจ้า T25 นี้มีรูปแบบการออกที่ค่อนข้างโหดและต้องออกต่อเนื่องถึง 25 นาทีติดต่อกันโดยไม่มีพัก หลายคนอาจจะเหนื่อยจากออกกำลังกายติดต่อกันเป็นระยะเวลานานแบบนี้ แต่เมื่อทำแล้วเห็นผลเร็ว จึงเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายจนใคร ๆ ก็เต้น T25 กันจนเป็นเรื่องธรรมดา คลิปวิดีโอต่าง ๆ มีคำว่า T25 เต็มไปหมด

3. กินคลีน
เพราะอาหารคือคำตอบของความอ้วน เลือกกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพก็ไม่อ้วนง่าย เมื่อการออกกำลังกายหนัก ๆ เริ่มไม่ใช่คำตอบของคนสายขี้เกียจ การปรับรูปแบบการรับประทานอาหารจึงเริ่มเป็นกระแสมากขึ้น มีผู้เชี่ยวชาญเคยแนะนำไว้ว่า ความอ้วนล้วนแล้วแต่เกิดจากการทาน หากเราทานอาหารที่ไม่เสี่ยงอ้วน ออกกำลังกายเบาๆ เพื่อให้สุขภาพดีขึ้น ก็สามารถคงรูปร่างที่ดีและสุขภาพที่ดีไว้ได้แล้ว ดังนั้น กระแสการกินคลีนเริ่มเป็นที่พูดถึงเนื่องด้วยช่วยในเรื่องของการลดน้ำหนัก และสุขภาพในด้านอื่น ๆ โดยรวม เพราะการเลือกรับประทานอาหารที่ไม่ปรุงแต่งรสชาติมากจนเกินไป ช่วยลดความเสี่ยงของโรคต่าง ๆ ได้มาก เช่น โรคไต เบาหวาน ไขมันอุดตันเส้นเลือด ฯลฯ

4. IF (Intermittent Fasting)
IF หรือ Intermittent Fasting คือวิธีการลดน้ำหนักโดยการควบคุมแคลอรีและจำกัดเวลาในการทานอาหาร ไหนเราก็ออกกำลังกายไม่ไหว และอดที่จะกินบางอย่างไม่ได้ เราก็เลิกที่จะอด แบบอดอย่างถูกหลักไปเลย ซึ่ง IF นั้นมีหลากหลายวิธีในการปฏิบัติ แต่วิธีที่ได้รับความนิยมก็คือจำกัดเวลาทานอาหาร 8 ชั่วโมง และอดอาหาร 16 ชั่วโมง การทำ IF ให้ได้ผล ต้องไม่อดอาหารมากเกินไป หรือทานมากเกินไป และต้องงดขนมหวานอย่างเด็ดขาด ร่วมกับการออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ

5. คีโตเจนิค
คีโตเจนิค ไดเอต (Ketogenic Diet) คือการกินที่เน้นไขมันสูง รองมาด้วยโปรตีน โดยลดคาร์โบไฮเดรตให้เหลือในปริมาณที่น้อยมากๆ เพื่อให้ร่างกายนำไขมันสะสมมาเผาผลาญเป็นพลังงาน โดยสัดส่วนของประเภทอาหารคือ ไขมันที่ดี 70% โปรตีนทุกประเภท 25% และคาร์โบไฮเดรต 5% ของปริมาณแคลอรี่ต่อวัน อย่างไรก็ตาม การลดน้ำหนักโดยวิธีคีโตไดเอต (Keto Diet) หรือแบบอื่นเช่น แอตกินส์ ไดเอต (Atkins Diet) ปาลิโอ ไดเอต (Paleo Diet) ไม่ได้เป็นทางออกสำหรับทุกคน ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวก่อนเสมอ

สุขภาพ, สุขภาพทั่วไป

สังเกตง่ายๆ ปวดท้องแบบไหนเป็นไส้ติ่ง

“เอ๊ะ อาการปวดท้องมากขนาดนี้ จะเป็นไส้ติ่งหรือเปล่า?” คุณคงน่าจะเคยได้ยินคำถามแบบนี้กันมาบ้าง โดยที่อาจเกิดขึ้นกับตัวเราเอง หรือคนที่อยู่ข้างๆ ไม่ว่าจะเป็น เพื่อน พี่ น้อง พ่อหรือแม่ โดยที่อาการปวดท้องมากๆ เหล่านี้มักเกิดขึ้นบ่อยๆ  แล้วก็อดที่จะสงสัยไม่ได้จริงๆ แต่ทั้งนี้อาการปวดท้องนั้นแท้จริงแล้วเป็นอาการเบื้องต้นของโรคหลายๆ โรค แล้วที้นี้อาการแบบไหนถึงแสดงว่าเป็นอาการปวดท้องของไส้ติ่งกันนะ

ไส้ติ่ง มีหน้าที่อะไร?
ไส้ติ่ง ทำหน้าที่เป็นส่วนที่เก็บสะสมพวกแบคทีเรียที่มีประโยชน์ต่อระบบทางเดินอาหาร ที่สามารถช่วยกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายของเราไว้ ซึ่งหลายๆ คนที่เคยได้ผ่าตัดเปิดหน้าท้อง เช่น ผ่าคลอด อาจจะรบกวนหมอให้ตัดไส้ติ่งออกไปด้วยเลยทีเดียว เพื่อป้องกันการเกิดไส้ติ่งอักเสบในอนาคต เพราะมักคิดว่าไส้ติ่งเป็นอวัยวะที่ไม่มีประโยชน์ใดๆ ในร่างกาย

อย่างไรก็ตาม เราควรใส่ใจและให้ความสนใจไส้ติ่งไว้ เพราะว่าไส้ติ่งนั้นเป็นอวัยวะที่เสี่ยงจะเกิดการอักเสบได้ง่าย เนื่องจากไส้ติ่งนั้นมีบริเวณที่เศษอุจจาระขนาดเล็กๆ สามารถเข้าไปอุดตันจนเกิดการอักเสบได้ และอาจติดเชื้อ มีการบวม ติดเชื้อที่ระบบทางเดินหายใจส่วนบนที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขนาดของต่อมน้ำเหลืองให้โตทั่วร่างกาย และอาจอันตรายไปถึงก้อนเนื้อมะเร็งได้

ปวดท้องไส้ติ่งอักเสบ มีอาการอย่างไร?
นพ.มานัส โพธาภรณ์ ผอ.รพ.ราชวิถี กรมการแพทย์ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า อาการของไส้ติ่งอักเสบจะมีอาการปวดที่แตกต่างจากการอาการปวดท้องของโรคอื่นๆ ดังนี้

  • ปวดท้องอย่างเฉียบพลันบริเวณรอบสะดือ ต่อมาย้ายไปปวดที่ท้องด้านล่างขวา
  • ปวดมากขึ้นขณะเคลื่อนไหวขยับตัว ไอจาม
  • มีอาการคลื่นไส้อาเจียนเบื่ออาหาร
  • อาจมีท้องเสียท้องอืด
  • อาจมีไข้
  • อาจมีอาการปัสสาวะบ่อยขึ้น เนื่องจากการอักเสบของไส้ติ่งไปกระตุ้นท่อไตซึ่งอยู่ใกล้กัน

ดังนั้น ผู้ป่วยที่เสี่ยงโรคไส้ติ่งอักเสบ ควรรีบไปพบแพทย์ เพราะจะได้ทำการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ ซึ่งหากรักษาช้าจนเข้าสู่ระยะรุนแรงไส้ติ่งอาจแตกได้ภายใน 48-72 ชั่วโมง ทั้งนี้อาจจะต้องเข้ารับการผ่าตัดอย่างเร่งด่วน สำหรับการผ่าตัดอย่างเร่งด่วน อาจแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

  1. การผ่าตัดแบบส่องกล้อง ในระยะที่ไม่รุนแรง เป็นการผ่าตัดเล็ก สามารถกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้เร็ว
  2. การผ่าตัดแบบเปิดในกรณีระยะรุนแรงถึงขั้นไส้ติ่งแตก ซึ่งเป็นการผ่าตัดแบบมาตรฐานเพราะนอกจากจะต้องนำไส้ติ่งที่แตกออกแล้วยังต้องทำความสะอาดภายในช่องท้องด้วย

วิธีลดความเสี่ยงเป็นไส้ติ่งอักเสบ
เราสามารถลดความเสี่ยง โดยป้องกันไม่ให้มีอาการท้องผูก รับประทานผักผลไม้ที่มีไฟเบอร์สูงและรีบไปพบแพทย์เมื่อมีอาการดังกล่าวข้างต้น