สุขภาพ

วิธีเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว

วิธีเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ปัญหาเรื่องของการดูแลผิวพรรณเป็นปัญหาที่สาว ๆ นั้นไม่ควรมองข้ามกันอย่างเด็ดขาด เพราะผิวก็เปรียบเสมือนหัวใจสำคัญของร่างกายที่สามารถเพิ่มความมั่นใจ และบ่งบอกได้ว่าเรามีสุขภาพร่างกายดีแค่ไหนจากภายในสู่ภายนอน แน่นอนว่าปัญหาผิวเป็นปัญหาใหญ่สำหรับใครหลาย ๆ คนเป็นอย่างมาก ปัญหาผิวแห้งกร้าน ผิวไม่ชุ่มชื้น อาจทำให้เราเสียความมั่นใจได้ จึงส่งผลให้สมัยปัจจุบันนี้เลือกหาผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เพื่อที่จะได้มีผิพรรณที่สวย นุ่มชุ่มชื้น ซึ่งในปัจจุบันนี้ก็มีผลิตภัณฑ์มากมายที่สามารถช่วยฟื้นฟูผิว

แต่จะมีผลิตภัณฑ์สักกี่ตัวที่สามารถช่วยฟื้นบำรุงผิวของเราได้จริง ๆ เพราะสินค้าบางตัวหากไม่เหมาะกับผิวของเราก็จะยิ่งทำให้ผิของเราดูแห้ง และขาดความชุ่มชื่นเข้าไปอีก แต่อย่างไรก็ตาม ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ก็ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน แต่เรื่องของผิวเราทุกคนก็ไม่ควรมองข้าม ควรดูแลเอาใจใส่อย่างดี วิธีเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ดังนั้น วันนี้เราจึงได้มีเคล็ดลับในการดูแลผิวให้นุ่มชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลา ซึ่งสามารถทำได้เองง่าย ๆ ทั้งยังมีความปลอดภัย ไม่เป็นอันตรายต่อผิวของเราด้วย จะมีวิธีไหนกันบ้างไปดูกนเลย 

การพอกผิวจากธรรมชาติ สิ่งสำคัญในการดูแลบำรุงผิวอย่างหนึ่งก็คือ การพอกผิวด้วยวิธีธรรมชาติ อาทิเช่น การพอกด้วยขมิ้น ว่ายหางจระเข้ หรือการพอกด้วยสมุนไพรอื่น ๆ ที่สามารถช่วยบำรุงผิว หากใครที่มีปัญหาผิวแห้ง ดูไม่อิ่มน้ำ ขาดความชุ่มชื้น แนะนำให้พอกเป็นประจำอาทิตย์ละ 2 ครั้ง เพราะการดูแลผิวด้วยวิธีธรรมชาติไม่เพียงแต่ช่วยให้ผิวของเราดูปลอดภัยเท่านั้น ยังช่วยให้ผิวดูอ่อนโยน และไม่ต้องเสียเงินแพง ๆ เข้าคอร์สบำรุงผิวอีกต่างหาก ทั้งยังได้ผิวที่สวยเป็นธรรมชาติไม่เหมือนใครอีกด้วย

การรับประทานอาหารผิว การเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสำหรับการบำรุงผิวโดยตรงจะยิ่งส่งผลให้การดูแลผิวพรรณของเรานั้นง่ายมากขึ้น เพราะการรับประทานอาหารเป็นสิ่งที่ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายของเราอยู่แล้ว แต่หากเราเลือกรับประทานอาหารผิว อาทิเช่น ผักโขม ถัวเหลือง หรือปลาบางชนิด อาหารเหล่านี้จะมีกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย ทั้งยังช่วยส่งเสริมให้น้ำมันในผิวนั้นสมดุลอีกด้วย หากใครที่มีปัญหาผิงแห้ง ผิวไม่อิ่มน้ำ หรือขาดความนุ่มชุ่มชื้น ลองเลือกรับปะทานอาหารผิวโดยตรง จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวของเราได้ 

การรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ อาหารทั้ง 5 หมู่ จะอุดมไปด้วยสารอาหารมากมายหลากหลายประเภท ซึ่งเป็นผลดีต่อร่างกายของเราเป็นอย่างมาก ยิ่งถ้าเราจะเน้นไปในเรื่องของการดูแลผิวโดยตรง อาหารประเภท ผัก ผลไม้ ถือตองโจทย์เป็นอย่างมาก เพราะจะอุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และกากใยอาหารสูง ซึ่งนอกจากจะเป็นผลดีต่อระบบขับถ่ายของเราแล้ว ยังเป็นอาหารที่สามารถช่วยบำรุงผิวไปในตัวได้อีกด้วย 

 

สนับสนุนโดย.  เว็บหวยถอนไม่มีขั้นต่ำ

สุขภาพ

อาการที่อาจเกิดขึ้นหลังจากฉีดวัคซีน Sinovac และวัคซีน Asttrazeneca 

            ในขณะนี้รัฐบาลได้มีการนำเข้าวัคซีนให้กับประชาชนในการฉีดอยู่ 2 ชนิดด้วยกันนั่นก็คือประชาชนคนไทยจะสามารถฉีดวัคซีนของบริษัทSinovac  และวัคซีน Asttrazeneca เพียงเท่านั้นแน่นอนว่าทั้งสองบริษัทนั้นประสิทธิภาพของตัววัคซีนและคุณภาพของวัคซีนนั้นแตกต่างกันและเมื่อมีการทดลองฉีดไปแล้วก็มีการเกิดอาการแพ้ค่อนข้างใกล้เคียงกันดังนั้นวันนี้เราจะมาพูดถึงอาการที่อาจจะเกิดขึ้นได้หลังจากที่คุณมีการฉีดวัคซีนSinovac  และวัคซีน Asttrazenecaมาดูกันว่ามีลักษณะอาการเป็นอย่างไรบ้าง

        อย่างแรกเลยเป็นอาการที่ทางบริษัทวัคซีนได้มีการแจ้งมาให้ทราบอยู่แล้วว่าหลังจากฉีดแล้วคุณจะมีอาการต่อไปนี้ซึ่งอาการนี้จะเป็นเพียงแค่ 2-3 วันเท่านั้นหลังจากนั้นอาการก็จะกลับมาดีขึ้นและที่สำคัญไม่ได้ผลอะไรที่อาจจะเกิดอันตรายแก่ร่างกายของคนที่ฉี่สำหรับอาการเบื้องต้นที่ถ้าฉีดแล้วจะต้องเจออย่างแน่นอนโดยก็คืออาการบวม    อาการปวด   และอาจจะมีอาการปวดแสบปวดร้อนผิวตรงบริเวณที่ฉีดเป็นสีแดงมีไข้มีอาการคั่นเนื้อคั่นตัวซึ่งบางคนอาจจะมีไข้ขึ้นสูงแต่อย่างไรก็ตามก็สามารถรักษาตามอาการของคนเป็นไข้ปกตินั่นก็คือการกินยาลดไข้ได้เลยหลังจากรักษาอาการเป็นไข้หายแล้วอาการเหล่านี้ก็จะหายไปด้วยเช่นเดียวกัน

        อย่างไรก็ตามอาการที่มันแทรกซ้อนซึ่งเราไม่สามารถคาดเดาได้ว่าอาการนี้จะเกิดขึ้นกับใครหรือไม่ซึ่งเป็นอาการที่ค่อนข้างแพ้อย่างรุนแรงโดยอาการเหล่านี้เป็นอาการของการแพ้วัคซีนชนิดที่ฉีดเข้าไปนั่นเองซึ่งถ้าหากว่าใครที่ฉีดวัคซีนแล้วมีอาการแพ้รุนแรงนั้นจะเห็นผลทันทีภายในระยะเวลาเพียงแค่ 30 นาทีเท่านั้นโดยส่วนใหญ่แล้วอาการแพ้รุนแรงนั้นมักจะเกิดอาการขึ้นผื่นหน้าบวมปากบวมรวมถึงด้านหน้าอกใจสั่นบางคนหน้ามืดอาเจียนและอาจจะทำให้ถึงแก่ความตายได้

          อย่างไรก็ตามโดยปกติแล้วหลังจากที่เจ้าหน้าที่ทำการฉีดวัคซีนให้แล้วจะยังให้เราดูสังเกตอาการในสถานที่ฉีดวัคซีนก่อนซึ่งโดยปกติแล้วเจ้าหน้าที่จะรอสังเกตการณ์ให้ประมาณอยู่ที่ 30 นาทีและถ้าหากว่าพบ 30 นาทีแล้วไม่พบอาการอะไรออกมาเจ้าหน้าที่ก็จะอนุญาตให้กลับบ้านได้แต่ถ้าเกิดว่าภายใน 30 นาทีนั้นยังมีอาการรุนแรงเกิดขึ้นก็จะรีบรักษาอาการได้อย่างทันท่วงที

          อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าในประเทศไทยตอนนี้จะมีวัคซีนอยู่ 2 ชนิดนั่นก็คือวัคซีน Sinovac  และวัคซีน Asttrazeneca  แต่ในอนาคตนั้น    จะมีการเพิ่มวัคซีนอีกหลายบริษัทเข้ามาเพื่อเป็นตัวเลือกให้กับประชาชนซึ่งสถานที่ในการฉีดวัคซีนในตอนนี้หากใครต้องการไปฉีดสามารถ Download Application หมอพร้อม และสามารถทำการลงทะเบียนขอรับวัคซีนได้เลย       

 

สนับสนุนโดย.  สูตรหวยฮานอยแม่นๆวันนี้

สุขภาพ

โรคปอดบวม

โรคปอดบวม เป็นโรคยอดฮิตที่สามารถติดเชื้อได้ทุกเพศทุกวัย เกิดจากการอักเสบของเนื้อปอด เกิดจากเชื้อเเบคทีเรีย เเละเชื้อไวรัส เป็นโรคที่มีการติดเชื้อในปอด ซึ่งคนที่จะเป็นโรคปอดบวมได้ง่ายกว่าคนอื่นนั้นก็เป็นผู้ที่มีอาการเกี่ยวกับระบบหายใจ ส่วนใหญ่คนจะมาหาหมอด้วยอาการ มีไข้ ไม่สบาย หอบ เหนื่อย ซึ่งถ้าเกิดกับเด็กตั้งเเต่เเรกเกิดถึง5ขวบ เเละผู้สูงอายุหรือคนที่มีโรคประจำตัว จะรักษายาก เเละทำไห้เกิดการติดเชื้อในอวัยวะส่วนที่สำคัญได้อีกเพราะเด็กยังเล็ก ทำไห้เกิดการติดเชื้อเเบบรุกรานได้ง่ายคือการลุกลามไปยังสมองเเละในระบบร่างกายอื่นๆ

เเละคนที่มีภูมิคุ้มกันไม่ดี เชื้อโรคก็จะจู่โจมได้เร็วขึ้น ซึ่งโรคปอดบวมเกิดจากเชื้อไวรัส คนที่เป็นเเต่พาหะ เเต่ไม่มีอาการ ก็สามารถเเพร่เชื้อไห้กับคนอื่นได้ สัมผัสทางการไอ จาม น้ำลาย เเละอื่นๆที่สามารถเเพร่เชื้อไห้คนอื่นได้ สำหรับใครที่เป็นโรคปอดบวมเเล้ว

คนที่เคยเป็นสามารถกลับมาเป็นใหม่ได้อีกครั้ง เมื่อได้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกายใหม่อีกครั้ง อาการก็จะมาทันที ซึ่งถ้าปล่อยไว้นานๆโดยที่ไม่ได้รับการรักษานั้น ก็จะไปกระทบที่อื่น รวมถึงสมองด้วย เพราะเชื้อไวรัส จะเข้าสู่กระเเสเลือด ไปทำลายระบบต่างๆของร่างกาย ซึ่งการรักษาจะต้องนอนที่โรงพยาบาลเท่านั้น 

การทำการรักษาโรคปอดบวมเเละวินิจฉัย ก็ทำได้โดยการซักประวัติถามผู้ป่วย การตรวจปิด การเอ็กซเรย์ปอด การฟังเสียงปอดของผู้ป่วย ว่าตรงกับอาการของโรคปอดบวมไหม เเละถ้าอาการยังไม่เเน่ชัด ก็จะมีการตรวจเพิ่มเติม เช่น การตรวจเลือด เป็นต้น เเละวัดความรุนเเรงของโรคนี้ โดยการวัดชีพจร

ซึ่งถ้าเป็นเเล้วไม่ได้รับการรักษาโดยทันที อาจจะเกิดภาวะเเทรกซ้อนได้เเละในเด็กเล็กเเละผู้สูงอายุ ก็จะมีอาการรุนเเรงมาก เกิดภาวะเเทรกซ้อนได้ง่าย เช่น มีฝีในปอด คือมีการติดเชื้ออย่างรุนเเรงจนทำไห้เกิดฝีในปอด การติดเชื้อในกระเเสเลือด

 ถ้าเกิดการเป็นปอดบวมขั้นรุนเเรง อาจจะทำไห้เกิดการหายใจลำบาก เเละหายใจติดขัดเเละหายใจไม่สะดวก อาจจะต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ สำหรับการรักษาก็จะมีการไห้ย่าฆ่าเชื้อ เเละมียาอื่นๆเพิ่มมาอีก เพราะถ้ามีอาการเเทรกซ้อน เชื้อโรคต่างๆก็จะมีความเเข็งเเรงมากยิ่งขึ้น ทำไห้การรักษาต้องหลายขั้นตอน

สำหรับคนที่เซฟตัวเอง โรคปอดบวม ก็จะมีวัคซีนไห้ฉีด โดยฉีดเข็มเเรก1เข็ม ผ่านไป1ปี ฉีดอีก1เข็ม วัคซีน2ตัวนี้จะไม่เหมือนกัน เเค่นี้เราก็ป้องกันเเละห่างไกลจากโรคปอดบวมได้ เพียงเเค่เราดูเเลสุขภาพของตนเองไห้ดี เเละรับวัคซีนป้องกันโรคตลอดเวลา สุขภาพของเราก็จะเเข็งเเรง ห่างไกลโรค

 

สนับสนุนโดย    แทงหวย

สุขภาพ

กินวิตามินซีช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นไข้หวัดได้จริงหรือไม่ 

         เชื่อว่าทุกคนคงรู้กันดีอยู่แล้วว่าวิตามินซีนั้นเป็นวิตามินที่มีความจำเป็นสำหรับร่างกายของคนเราและวิตามินซีนั้นเราสามารถหากินได้ทั้งจากในผักและผลไม้รวมถึงยังมีการแปรรูปวิตามินซีมาในรูปแบบของเม็ดยาที่ทำให้เราทานง่ายได้อีกด้วย  จะเห็นได้ว่าประโยชน์ของวิตามินซีนั้นจะมีมากมายหลายอย่างโดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับเรื่องของการต้านอนุมูลอิสระที่จะทำให้ผิวพรรณของเรานั้นผุดผ่องสวยงามไม่เหี่ยวเร็วหากเรามีการทานวิตามินซีอย่างสม่ำเสมอและเพียงพอต่อร่างกายต้องการ

        โดยคุณสมบัติของวิตามินซีนั้นยังช่วยในเรื่องของการลดอาการภูมิแพ้และยังทำให้มีคอลลาเจนเยอะทำให้มีการดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีรวมถึงหากกลายเป็นแผลก็จะหายเร็วอีกด้วยเนื่องจากว่ามันเป็นเพิ่มหรือส่งเสริมเกี่ยวกับเรื่องของการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อภายในร่างกายนั้นเองเรียกได้ว่าวิตามินซีนั้นมีคุณสมบัติดีๆหลากหลายมากมายที่ต้องกล่าวไว้ว่าร่างกายเรานั้นไม่ควรขาดวิตามินซีได้

          อย่างไรก็ตามบางคนมีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของการทานวิตามินซีว่ากินวิตามินซีเข้าไปแล้วจะช่วยในเรื่องของการป้องกันไม่ให้เกิดอาการการเป็นไข้หวัดได้ทำให้คนส่วนใหญ่นั้นหันมาสนใจทานวิตามินซีกันมากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งมักจะทานกันในช่วงหน้าฝน

          อย่างไรก็ตามจากการศึกษาข้อมูลของมหาวิทยาลัยมหิดลจากทางคณะเภสัชศาสตร์นั้นระบุว่าความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของการวิตามินซีที่จะช่วยลดอาการเสี่ยงในการเกิดเป็นโรคหวัดนั้นจริงๆแล้วไม่เป็นความจริงแต่อย่างไรวิตามินซีช่วยในเรื่องของการส่งเสริมอื่นๆได้ร่างกายให้แข็งแรงและลดเกี่ยวกับเรื่องของอาการภูมิแพ้ต่างๆแต่ไม่สามารถช่วยป้องกันที่จะทำให้เราไม่เป็นหวัดได้

            สำหรับการที่เรากินวิตามินซีเข้าไปนั้นนอกจากจะส่งเสริมร่างกายให้ร่างกายของเราแข็งแรงแล้วหากเราไม่อยากเป็นหวัดก็ควรที่จะออกกำลังกายให้ร่างกายของเราแข็งแรงเพิ่มเข้าไปอีกด้วยดังนั้นถ้าหากว่าเรากินวิตามินซีเข้าไปรวมถึงออกกำลังกายร่างกายของเราก็จะแข็งแรงมากขึ้นและสามารถป้องกันการเกิดอาการหวัดหรือป้องกันความเสี่ยงที่อาจจะเป็นหวัดได้ประมาณ 50% นั่นเอง 

         แต่อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าวิตามินซีนั้นจะไม่สามารถป้องกันไม่ให้เราเกิดเป็นไข้หวัดได้แต่อย่างน้อยถ้าเราทานวิตามินซีเข้าไปร่างกายของเราก็แข็งแรงขึ้นและช่วยให้เราหายหวัดได้เร็วขึ้นนั่นเองซึ่ง ตามสถิติของคนที่กินวิตามินซีและออกกำลังกายแล้วจากเรื่องที่เป็นไข้หวัดนั้นส่วนใหญ่จะหาอยู่ที่ประมาณ 3-4 วันก็จะหายเพียงแค่ 1-2 วันเท่านั้นเรียกได้ว่าภูมิคุ้มกันก็จะเยอะมากกว่าคนที่ไม่กินวิตามินซีนั่นเอง 

 

 

สนับสนุนโดย    แทงหวย

สุขภาพ

มีอาการหิวโหยบ่อยๆอาจมีปัญหาดังนี้

ข้อหนึ่ง ก็คือ คุณทานหวานหรือว่ากินน้ำตาลมากจนเกินไปถ้าเกิดเราทานน้ำตาลเข้าไปมากๆมันจะเข้าไปกระตุ้นฮอร์โมนอินซูลิน หลายคนสงสัยว่าฮอร์โมนอินซูลินคืออะไรคือจะมีหน้าที่เป็นตัวกลางในการดึงเอาน้ำตาลจากเลือดเข้าไปใช้เป็นพลังงานหรือว่าเก็บสะสมเป็นพลังงานในเซลล์ต่างๆของร่างกาย

เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณนั้นรับประทานน้ำตาลคาร์โบไฮเดรตหรือแป้งมากขึ้นเท่าไหร่ยิ่งกินน้ำตาลเยอะยิ่งไปกระตุ้นฮอร์โมนอินซูลินออกมาเยอะมากขึ้นพออินซูลินเยอะขึ้นมันจะดึงน้ำตาลจากเลือดเข้าสู่เซลล์มากยิ่งขึ้นเมื่อไหร่ก็ตามที่รับประทานเยอะน้ำตาลในเลือดจะพุ่งขึ้นสูงอินซูลินก็หลั่งออกมาแล้วก็ดูดน้ำตาลออกจากเลือดอย่างรวดเร็วยิ่งอินซูลินเยอะก็ดึงน้ำตาลออกจากเลือดได้เร็ว

ดังนั้นแล้วมันจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้น้ำตาลของคุณลงมาต่ำจะสังเกตุได้ว่าใครที่รับประทานหวานเยอะๆอย่างเช่นตอนเช้ากินกาแฟใส่น้ำตาลเยอะๆหรือว่ากาแฟเย็นสายๆเราจะสังเกตได้ว่าจะเริ่มหิวแล้วกลางวันทานข้าวบ่ายๆเริ่มหิวอีกรอบหรือบางคนง่วงเหงาหาวนอนมันเป็นอาการของน้ำตาลในเลือดที่มันน้อย

เนื่องจากว่าน้ำตาลที่เยอะในช่วงแรกเข้าไปกระตุ้นทำให้อินซูลินที่มันได้ทำงานมากยิ่งขึ้นเมื่ออินซูลินทำงานมากยิ่งขึ้นมันจึงทำให้ดึงเอาน้ำตาลออกจากเลือดลงมาเยอะมากขึ้นเพราฉะนั้นน้ำตาลจะพุ่งสูงขึ้นลงมาต่ำอย่างรวดเร็วเลยจุดความหิวไปแล้ว

เพราะฉะนั้นแล้วหากเรารับประทานอย่างพอดีแล้วหรือว่าไม่กินหวานเลยน้ำตาลในเลือดจะขึ้นเป็นกราฟสวยงามขึ้นและลงตามการที่ร่างกายของเราใช้งานให้คุณลองสังเกตุดูว่าใครที่รับประทานหวานมากๆในช่วงบ่ายๆจะมีอาการง่วงหาวนอนอยู่บ่อยเนื่องจากว่าน้ำตาลมันเริ่มลดต่ำลงในเลือดทั้งที่อินซูลินมันดึงน้ำตาลออกไปมากขึ้นเกินไปนั่นเอง

นอกจากนี้การที่เราตัดเอาน้ำตาลออกไปเลยมันก็จะช่วงลดอาการที่หิวบ่อยของเราได้ยังไงก็ลองเอาไปทำกันดูน้ำตาลน้ำหวานทั้งหลายปรับให้เป็นน้ำเปล่ากาแฟดำที่ไม่ใส่น้ำตาลเลยแล้วอาการหิวบ่อยๆของคุณจะลดลง

ข้อที่สอง ก็คือ สารอาหารไม่เพียงพอ โดยในแต่ละมื้อนั้นที่คุณรับประทานอาหารมันเพียงพอหรือเปล่าสารอาหารประกอบไปด้วยอะไรบ้างสารอาหารที่ให้พลังงานได้แก่โปรตีนคาร์โบไฮดรตถ้าเกิดว่าสารอาหารของคุณไม่เพียงพอบางคนก็พยายามที่จะคุมน้ำหนักหรืออยากน้ำหนักลงหรือว่าอยากน้ำตาลลด

ดังนั้นสารอาหารมันจะไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายร่างกายของคุณมันเลยเรียกร้องออกมาเป็นความหิวโหยเพราฉะนั้นใครที่รับประทานน้อยๆถามว่าลดไหมลดเป็นแค่เพียงชั่วคราวทำให้ร่างกายองเราเริ่มลดการเผาผลาญลงหากเรากลับมากินเหมือนเดิมเราก็จะโยโย่ขึ้นมานั่นเอง

 

สนับสนุนโดย    แทงหวย

สุขภาพ

นอนไม่หลับทำอย่างไรดี?

สำหรับเรื่องของการนอนเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆใครที่นอนไม่ดีอย่าหวังจะมีสุขภาพดีเลยสุขภาพเราจะเสื่อมโทรมตอนกลางวันที่เราใช้ชีวิตตอนที่เรากินอาหารยิ่งกินเยอะยิ่งเสื่อมเยอะเวลาที่เราทำงานเราเครียดร่างกายของเราจะเสื่อมโทรมลง

แต่พอตอนกลางคืนเวลาที่เราได้พักผ่อนมันจะเป็นช่วงที่ร่างกายของเราได้ซ่อมแซมตัวเองเพราฉะนั้นหลายคนที่มีปัญหาในเรื่องของการนอนหลับถึงจำเป็นต้องแก้ไขเพราะว่าถ้าเกิดเรานอนดีนอนพอร่างกายเราจะซ่อมแซมตัวเองได้ดีและก็ฮอร์โมนต่างๆจะหลั่งได้ดี

นอนดีจะประกอบไปด้วย2อย่างด้วยกันคือ หนึ่ง จำนวนชั่วโมงที่พอเพียงขอ7ชั่วโมงขึ้นไปจะโอเคไม่ควรนอนต่ำกว่า5ชั่วโมงถ้าต่ำกว่า5ชั่วโมงจะมีอายุสั้นอายุไม่ยืนช่วงเวลาในการนอนที่ดีที่สุดคือช่วง4ทุ่มถึงตี2ช่วงนี้จะมีฮอร์โมนหลั่งออกมาเยอะแยะเลยถ้าเกิดเรานอนในช่วงนี้ฮอร์โมนจะช่วยออกมาซ่อมแซม

ส่วนต่างๆของร่างกายเราเพราะฉะนั้นนอนให้ดีนอนให้พอฮอร์โมนต่างๆก็จะดีด้วยพอฮอร์โมนดีก็จะมาซ่อมแซมร่างกายต่อมาเราจะมาพูดถึงคนที่กินยานอนหลับเยอะๆก่อนเลยแล้วกันแล้วก็อยากจะเลิกยานอนหลับต้องบอกเลยว่ายานอนหลับถือเป็นกลุ่มของยาเสพติดเป็นยาเสพติดต่อ

เมื่อเวลาเรากินด้วยขนาดเดิมแล้วเรากินไปเรื่อยๆช่วงแรกกินเราจะหลับดีแต่พอกินไปเรื่อยๆเราจะไม่หลับแล้วเราต้องเพิ่มปริมาณของยาไปเรื่อยๆเพื่อจะให้ได้การนอนหลับที่เหมือนเดิมแบบนี้จะเข้าข่ายในเรื่องของยาเสพติดถามว่ายานอนหลับอยากให้กินไหมไม่อยากให้กินหรอก

ในคนที่กินยานอนหลับอยู่เยอะๆจะทำอย่างไรดีเราจะแนะนำอาหารเสริมพอซื้อมาใช้แล้วให้ลองค่อยๆพยายามลดปริมาณยานอนหลับลงตัวแรกเลย เมลาโทนินที่เราบอกไปเป็นฮอร์โมนแห่งการนอนหลับในบางคนที่เมลาโทนินของตัวเองหลั่งได้น้อยก็ใช้เมลาโทนินเสริมเพิ่มไปเลย

ปริมาณที่แนะนำให้ใช้จะมีอยู่สองฟอร์ม ฟอร์มแรกจะเป็นฟอร์มแบบอมใต้ลิ้นอมใต้ลิ้นจะออกฤทธิ์เร็วใช้ในคนประเภทที่หลับยากแต่ว่าเมลาโทนินประเภทกลืนลงไปจะช่วยในคนประเภทที่สองคือช่วยในคนประเภทที่นอนแล้วตื่นกลางดึกถ้าเป็นทั้งสองแบบก็กินทั้งสองอย่างเลย

ขนาดที่แนะนำให้ใช้ให้ใช้ตั้งแต่2.5-10มิลลิกรัมใช้ตามนี้ได้เลยปรับขนาดเอาเองถ้ารู้สึกว่า2.5มิลลิกรัมยังไม่หลับให้เพิ่มไปเป็น5มิลลิกรัมแต่ถ้ายังไม่หลับจะเพิ่มไปเป็น10ก็ได้ลองดู

 

สนับสนุนโดย.    แทงหวย

สุขภาพ

เบาหวานขึ้นตาเกิดขึ้นได้อย่างไร

เบาหวานขึ้นตา อันตรายที่จะทำให้เราตาบอดแบบถาวรได้เลย อาจจะเสี่ยงมากว่าในกลุ่มของคนที่ไม่คุ้มเรื่องน้ำตาลได้หรือในคนไข้ที่ได้รับการดูแลรักษาที่ไม่เหมาะสม

โดยเบาหวานขึ้นตาหรือเบาหวานขึ้นจอประสาทจอตาเป็นภาวะที่พบในคนไข้ที่เป็นเบาหวานหรือคนไข้ที่มีภาวะระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินค่าปกติที่เป็นมาระยะหนึ่งซึ่งในระดับของน้ำตาลที่สูงเกินค่าปกติจะทำให้เกิดความผิดปกติของเส้นเลือดที่จะไปเลี้ยงที่จอประสาทตาด้านในลูกตาทำให้เกิดจอประสาทตาขาดเลือดแล้วก็เกิดภาวะแทรซ้อนอื่นๆตามมา

นอกจากนี้ภาวะเบาหวานขึ้นตาเป็นอย่างไรโดยในอาการของเบาหวานขึ้นตาก็จะขึ้นอยู่กับระยะความรุนแรงของโรคในระยะแรกหรือในระยะความรุนแรงที่ไม่ได้มากนักคนไข้มักจะไม่มีอาการคนไข้จะรู้ตัวว่ามีเบาหวานขึ้นตาก็ต่อเมื่อมีการตรวจด้วยเครื่องมือหรือว่าจากแพทย์เท่านั้น

เมื่อในระยะของตัวโรคได้เป็นมากขึ้นความรุนแรงที่มากขึ้นอาจจะทำให้คนไข้มีระดับในการมองเห็นที่ผิดปกติการมองเห็นที่แย่ลงหรือว่าได้มีการมองเห็นภาพที่เปลี่ยนไปเช่นมีภาพบิดเบี้ยวหรือว่าอาจจะมีจุดดำรบกวนในการมองเห็นถ้าเกิดว่าคนไข้มีภาวะเลือดออกในตาก็อาจจะทำให้คนไข้มองเห็นอาจจะมีหยากไย่หรือมีหมอกลอยไปลอยมาระหว่างการมองเห็น

เนื่องจากนี้หลายคนยังสงสัยว่าภาวะเบาหวานขึ้นตาสามรถทำให้ตาบอดได้หรือไม่ ซึ่งเบาหวานขึ้นตาสามารถจะทำให้ตาบอดถาวรได้โดยเฉพาะในคนไข้ที่ควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้หรือในคนไข้ที่ได้รับการดูแลรักษาที่ไม่เหมาะสมมันก็อาจจะทำให้จอประสาทตาบริเวณจุดรับภาพชัดขาดเลือดหรืออาจจะมีลักษณะเส้นเลือดที่อกผิดปกติเส้นเลือดที่ผิดปกติ

ซึ่งเส้นเลือดที่มันได้ผิดปกติพวกนี้มักจะเปราะแตกได้ง่ายอาจจะทำให้เลือดออกในลูกตาหรืออาจจะมีผังพืดที่บริเวณจอประสาทตาทำให้จอประสาทจอหลุดลอกหรือจอประสาทตาออาจจะฉีกขาดหรือแม้กระทั่งต้อหินโดยภาวะเหล่านี้สามารถทำให้เกิดการศูนย์เสียการมองเห็นอย่างถาวรหรือตาบอดได้

ดังนั้นการดูแลรักษาเมือ่ได้มีภาวะโรคเบาหวานขึ้นตาแล้วอันดับแรกที่สำคัญมากที่สุดเลยก็คือการดูแลรักษาควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติร่วมกับการรักษาภาวะหรือโรคร่วมอื่นๆเช่นความดันโลหิตสูงหรือไขมันในเลือดสูงให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ

สำหรับในการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่องก็จะขึ้นอยู่กับระยะความรุนแรงของโรคในระยะแรกหรือในระยะที่ความรุนแรงของโรคไม่ได้มากนักการดูแลรักษาอาจจะเป็นการตรวจติดตามจากแพทย์เป็นระยะๆ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.    หวยออนไลน์

สุขภาพ

วิธีดูแลเครื่องช่วยฟังเพื่อให้ใช้งานได้นานขึ้น

วิธีการดูแลเครื่องช่วยฟังของแต่ละคนคงไม่เหมือนกัน แต่จะมีสักกี่คนที่จะดูแลเครื่องช่วยฟังให้ถูกวิธีได้ ซึ่งนั้นก็เป็นการยืดเวลาอายุการใช้งานของเครื่องช่วยยฟังให้มีการใช้งานได้ยาวนานขึ้น หากมีวิธีดูและเครื่องมืออย่างถูกต้องเเล้วเราก็ไม่จำเป็นต้องซื้อเครื่องช่วยฟังใหม่บ่อยๆ และตรงกันข้ามถ้าเราดูแลด้วยวิธีที่ผิดๆก็อาจจะส่งผลเสียถึงตัวเครื่องและเครื่องก็จะเสียจนต้องเสียเงินซื้อใหม่อยู่เลื่อยๆ เพราะต่อให้ซื้อมาใหม่แต่ถ้าไม่มีการดูแลอย่างถูกวิธีก็ต้องเสียเร็วกว่าอายุการใช้งานที่แท้จริงของมันอยู่ดี ดังนั้นเรามาเรียนรู้วิธีการดูแลเครื่องช่วยฟังเหล่านี้กันดีกว่าว่า ทำอย่างไรที่จะให้เครื่องช่วยฟังมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน

สำหรับเครื่องช่วยฟังที่เราเห็นอยู่ตามร้านต่างๆหรือตามเว็บไซต์ออนไลน์นั้น ส่วนใหญ่จะเป็นแบบอนาล็อกและแบบดิจิตอล ซึ่งหากเรามีการใส่ถ่านหรือแบตของเครื่องช่วยฟังผิดด้าน หรือผิดประเภทอาจส่งผลทำให้เครื่องช่วยฟังเกิดปัญหาต่างๆได้เช่นกัน ซึ่งมันจะเป็นต้นเหตุของการก่อให้เกิดความเสียหายในด้านต่างๆได้เป็นอย่างดี

หากเราซื้อเครื่องช่วยฟังมาใหม่ๆ เราควรศึกษาข้อมูลในการใช้และข้อห้ามอย่างเคร่งครัด และควรปฏิบัติตามวิธีที่แนะนำ เพื่อเป็นการใช้งานอย่างถูกวิธีและเพื่อจะให้เครื่องช่วยฟังอยู่ใช้งานได้อย่างยาวนาน 

ซึ่งหากเรามีการใช้งานอย่างไม่ถูกวิธีหรือมีการลัดขั้นตอน อาจส่งผลเสียให้กับเครื่องช่วยฟังของเรานั่นเอง ซึ่งหากมีการอ่านหรือสอบถามรายละเอียดในการใช้มาอย่างละเอียดเราก็จะสามารถใช้งานได้อย่างถูกวิธีและนั้นก็เป็นการช่วยให้เครื่องช่วยฟังของเราใช้งานได้ยาวนานขึ้นอีกด้วยนะ

เครื่องช่วยฟังที่เรานั้นได้รู้จักส่วนใหญ่เป็นรูปแบบที่เป็นแบบอิเล็กทรอนิกส์ดังนั้น การดูแลหรือเก็บรักษาก็ไม่ควรให้อยู่ในที่ชื้นหรือเปียก แต่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่าจะอยู่ในพื้นที่ที่มีความร้อนจัดๆได้ เพราะความร้อนสูงก็สามารถทำให้วงจรในระบบเครื่องช่วยฟังมีปัญหาหรืออาจจะเกิดการเสียหายได้อย่างง่าย 

ดังนั้นควรระวังในการเก็บ ควรเก็บไว้ในที่ที่ไม่มีอากาศร้อนสูงหรือมีอากาศเปียกชื้นนั่นเอง

สิ่งที่ไม่ควรทำกับเครื่องช่วยฟังเป็นอย่างยิ่งนั้นก็คือการโยน เพราะเครื่องช่วยฟังเป็นระบบดิจิตอล ซึ่งการโยนสามารถส่งผลให้ระบบภายในเกิดการกระทบกระเทือนได้ โดยการที่เครื่องช่วยฟังเกิดการกระทบกระเทือนนั้นอาจส่งผลให้ชิ้นส่วนภายในระบบเกิดการเสียหายได้ง่าย ซึ่งสำหรับบางชิ้นส่วนที่อยู่ในระบบนั้นหากเกิดการเสียหายแล้วก็ไม่สามารถซ่อมได้นอกจากจะทำการซื้อใหม่เท่านั้น หรือหากอุปกรณ์หรือเครื่องช่วยฟังของคุณมีปัญหาก็ควรส่งเข้าศูนย์หรือร้านค้าที่มีการรับประกัน ไม่ควรแกะ แงะ หรือทำการซ่อมเองโดยเด็ดขาด

 

สนับสนุนโดย.  กลุ่มไลน์หวยฮานอย

สุขภาพ

อาหารช่วยแก้เครียด

อาการเครียด เป็นปัญหาสำคัญอย่างหนึ่งที่ถือว่าหนักมาก ๆ ทางสังคมสมัยนี้ โดยเฉพาะกับสาว ๆ  เพราะส่วนใหญ่มักพบเจอกับปัญหาเหล่านี้กันเป็นอย่างมาก สาเหตุมาจากยิ่งเครียดก็ยิ่งกิน และยิ่งกินก็ยิ่งเครียด ซึ่งด้วยเหตุการณ์หลาย ๆ อย่างรอบตัว จึงทำให้เกิดความเครียดได้ง่าย จึงทำให้เผลอไปกินโน้นนี่นั่นโดยไม่ทันระวัง เพราะห่วงแต่ว่าหากกินแล้วจะช่วยแก้เครียดได้

ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว การกินก็ใช่ว่าจะสามารถแก้เครียดได้เสมอไปหรอกนะ บางคนยิ่งกินก็ยิ่งเครียดมากกว่าเดิม เพราะอาหารบางอย่างที่เรากินเข้าไปอาจจะยิ่งเข้าไปเพิ่มความเครียดขึ้นได้ ดังนั้นแล้วการกินอาหารโดยไม่ระวัง นอกจากจะทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นแล้ว สุขภาพร่างกายก็จะเสียไปด้วย ดังนั้น เราจึงอยากมาแนะนำอาหารที่สามารถช่วยทำให้คุณนั้นแก้เครียดได้ ซึ่งหากเราเลือกรับประทานถูกจะยิ่งมีประสิทธิภาพต่อร่างกายเป็นอย่างมาก 

  • การกินผักโขม ผักโขมนอกจากจะมีสรรพคุณที่ช่วยในเรื่องของการลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดีแล้ว การกินผักโขมยังช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของสมอง และลดอัตราการเกิดโรคความจำเสื่อมได้อีกด้วย
  • ดาร์กช็อกโกแลต เป็นอาหารที่ช่วยในการไหลเวียนโลหิตเพื่อไปเลี้ยงสมอง หากรับประทานบ่อย ๆ จะช่วยให้เรามีความจำที่ดีขึ้น รวมไปถึงการทำให้รู้สึกอารมณ์ดี และยังช่วยบรรเทาอาการเครียดลงได้
  • ปลาแซลมอน เรียกได้ว่าเป็นอาหารชนิดหนึ่งที่ช่วยในเรื่องลดอาการเครียดได้ เพราะเนื้อของปลานั้นจะช่วยทำให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น หากรับประทานบ่อย ๆ จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคซึมเศร้าขึ้นได้ 
  • ชีส การรับประทานชีสเป็นประจำ จะช่วยให้ร่างกายเพิ่มสารที่ช่วยในการสั่งงานของระบบประสาทได้มากขึ้น ชีสถือเป็นอาหารประเภทหนึ่งที่ช่วยในเรื่องการบรรเทาความเครียด และช่วยในเรื่องของความจำได้อีกด้วย
  • ไข่ไก่ เรียกได้ว่าเป็นเมนูโปรดของใครหลาย ๆ คน เพราะมีประโยชน์มากมายต่อร่างกาย ที่สามารถช่วยบรรเทาอาการปวดหัว กระตุ้นสมอง แก้อาการนอนไม่หลับ อีกทั้งยังช่วยลดอาการตื่นเต้นและบรรเทาความเครียดลงได้

นอกจากนี้ ในปัจจุบันยังมีอาหารอีกมากมายที่สามารถช่วยลดอาการเครียดได้ เพราะสมัยนี้การที่ใครบางคนเกิดเป็นโรคเครียดขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อหลาย ๆ คนได้ เพราะโรคนี้ถือว่าเป็นโรคที่ร้ายแรงโรคหนึ่งที่อาจเกิดขึ้นได้โดยที่เราไม่รู้ตัว ดังนั้น หากรู้ตัวว่าตนเองอาจเกิดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้า การเข้ารับการรักษา หรืออาจมีวิธีแก้ด้วยตนเองก็ควรทำให้เร็วที่สุด ซึ่งปัจจุบันก็มีอาหารมากมายที่ช่วยให้คุณรักษาโรคเครียดได้ หากเลือกรับประทานมันถูก อย่าไรก็หมั่นดูแลสุขภาพร่างกายของตนเองไม่ทำงานหนักจนเกินไปจะดีที่สุด

 

สนับสนุนโดย    หวยออนไลน์

สุขภาพ

วิธีดื่มน้ำให้สุขภาพดี

การดื่มน้ำต้องถือว่าสำคัญมากๆเลยหลายคนจะเข้ามาถามเราว่าเราควรจะดื่มน้ำต่อวันเท่าไหร่ดีหรือว่าดื่มน้ำอะไรถึงจะดีที่สุด

ซึ่งลำดับแรกเราจะมาดูชนิดของน้ำกันก่อนน้ำที่ดีที่สุดคือน้ำเปล่าสะอาดไม่จำเป็นที่จะต้องไปสันหาน้ำอะไรที่แปลกๆมาเพื่อมาบำรุงสุขภาพน้ำเปล่าสะอาดดีที่สุดแล้ว เมื่อเราดื่มน้ำเปล่าเข้าไปแล้วก็จะทำให้ร่างกายของเราสดชื่นอีกทั้งยังช่วยไปบำรุงไตบำรุงหัวใจของเราอีกด้วย

สำหรับน้ำอื่นๆอย่างเช่นน้ำหวานแนะนำว่าคนที่เป็นเบาหวานหรือว่าคนที่กำลังจะลดน้ำหนักให้หลีกเลี่ยงเพราะว่าน้ำหวานจะมีปริมาณน้ำตาลที่สูงมากๆเลยทีเดียวผู้ป่วยเบาหวานเวลาดื่มน้ำหวานเข้าไปก็จะส่งผลทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดยิ่งสูงยิ่งทานบ่อยๆในระยะเวลานานๆก็จะส่งผลเสียต่อร่างกายตามมาได้

นอกจากนี้คนที่เป็นโรคอ้วนที่กำลังจะลดน้ำหนักก็แนะนำว่าควรจะหลีกเลี่ยงน้ำหวานด้วยเช่นกันเพราะว่าน้ำหวานจะมีพลังงานสูงมากๆเวลาดื่มเข้าไปมันก็จะไปสะสมในร่างกายทำให้อ้วนมากขึ้นน้ำหนักมากขึ้นนอกจากน้ำหวานแล้วก็จะเป็นพวกน้ำชาน้ำกาแฟต่างๆ

โดยชากับกาแฟก็จะมีส่วนผสมของคาเฟอีน คาเฟอีนจะมีฤทธิ์ในการขับปัสสาวะดังนั้นใครที่ปัสสาวะบ่อยมากๆเลยแนะนำว่าอาจจะต้องลดชาพวกกาแฟลงนิดนึงบางคนทานเช้ากลางวันเย็นเลยฉี่กระจายและแนะนำว่าอาจจะต้องลดอาจจะเป็นแค่ทุกเช้าหรือถ้าอาจหลีกเลี่ยงหยุดได้ก็หยุดได้เลย

เนื่องจากนี้ใครที่เป็นโรคหัวใจด้วยแล้วคาเฟอีนก็จะกระตุ้นทำให้หัวใจเต้นเร็วมากขึ้นก็จะไม่ดีต่อร่างกายด้วยดังนั้นน้ำเปล่าบอกเลยว่าดีที่สุดแล้วและต่อมาก็จะเป็นสิ่งที่ทุกคนอยากรู้กันมากที่สุกก็คือเราควรดื่มน้ำให้มากที่สุดเท่าไหร่ต่อวันเพื่อให้สุขภาพของเราแข็งแรง

แนะนำว่าในแต่ละวันเราควรดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อย2ลิตรต่อวันหรือว่า7-8แก้วต่อวันก็จะส่งผลดีต่อร่างกายทำให้สุขภาพแข็งแรงแต่ต้องบอกว่าในเมืองไทยเป็นเมืองร้อนบางครั้งก็ร้อนมากๆทำให้เราเสียเหงื่อเสีน้ำออกไปเยอะมากขึ้นบางครั้งในแต่ละคนการที่ดื่มน้ำ2ลิตรอาจจะยังไม่เพียงพอ

ซึ่งก็เริ่มมีหลายคนเข้ามาถามแล้วจะทำยังไงดีที่เราจะดื่นน้ำได้เพียงพอแล้วก็ไม่อยากเลยให้สังเกตสีของปัสสาวะของเราถ้าสีปัสสาวะของเรายังเป็นสีเข้มเป็นสีเหลืองเข้มหรือบางคนเข้มมากหรือว่าปริมาณฉี่ลดลงอันนี้ก็ต้องบอกว่าเป้นการดื่มน้ำไม่เพียงพอแล้วต้องดื่มน้ำเพิ่มแล้วก้สังเกตสีปัสสาวะต่อมา

 

สนับสนุนโดย    วิธีเล่นหวยหุ้น มือใหม่