สุขภาพ

3 นิสัยที่ทำให้เราอ้วนได้ง่าย

เนื่องจากคนส่วนใหญ่ในสมัยปัจจุบันนี้ มักที่จะมีพฤติกรรมหรือมีนิสัยที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายของตนเองโดยเฉพาะอย่างยิ่งบางคนมีพฤติกรรมหรือมีนิสัยที่ชื่นชอบการรับประทานอาหาร จนอาจทำให้ร่างกายมีน้ำหนักที่เพิ่มมากขึ้นหรือทำให้เราอ้วนได้ง่ายนั่นเอง

ซึ่งรู้หรือไม่ว่าการที่เรามีน้ำหนักที่เพิ่มมากขึ้น นอกจากจะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต ที่เราจะต้องมานั่งออกกำลังกายหรือลดน้ำหนัก

แต่ยังอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคร้ายโดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคเบาหวาน โรคอ้วน โรคความดันโลหิต หรือโรคอื่นๆที่อาจเกิดขึ้นจากความอ้วนของเรานั่นเอง ดังนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้อง หมั่นดูแลสุขภาพร่างกายของตนเองให้ดี

เพื่อที่เราจะไม่ได้มานั่งรู้สึกผิดทีหลังว่าจะต้องลดน้ำหนัก หรือต้องควบคุมอาหาร อย่างไรก็ตาม สำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่าตนเองมีพฤติกรรมอะไรบ้างที่อาจทำให้ตัวเองอ้วนโดยไม่รู้ตัว วันนี้เราก็จะพาทุกคนไปดูกันว่าว่ามีนิสัยหรือพฤติกรรมไหนกันบางทีอาจบ่งบอกได้ว่า อาจจะทำให้เราอ้วนหรือมีน้ำหนักที่เพิ่มมากขึ้น ไปดูกันเลย

1.นิสัยการกินเร็ว รู้หรือไม่ว่าการที่เรารับประทานอาหารเร็วจนเกินไป ถือเป็นหนึ่งในนิสัยหรือพฤติกรรมที่อาจทำให้เราอ้วนได้ง่าย เพราะการที่เราทานอาหารเร็วจะทำให้เราเคี้ยวอาหารไม่ละเอียด และอาจทำให้เรารับประทานอาหารในปริมาณที่มากขึ้น จนทำให้เราไม่รู้ตัวว่าเราทานอาหารมากขึ้น จนทำให้เราอ้วนได้ง่ายนั่นเอง

2.นิสัยเครียดแล้วกิน เนื่องจากความเครียดเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของปัญหาสุขภาพร่างกายหรืออาจทำให้เรามีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การกิน เพราะยิ่งเราเครียดฮอร์โมนในร่างกายของเราก็จะเพิ่มมากขึ้น จะยิ่งทำให้เรารู้สึกหิวอยู่ตลอดเวลาและทำให้เรากิน ซึ่งแน่นอนว่ายิ่งเราเครียดและกินมากเท่าไหร่ น้ำหนักของเราก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นอาจทำให้เราเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วนได้นั่นเอง

3.การให้รางวัลตัวเอง หลายคนอาจจะมองว่าหากเรา ทำบางอย่างบรรลุเป้าหมายหรือทำมันสำเร็จ การให้รางวัลตนเองด้วยการกิน เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง แต่รู้หรือไม่ว่าการที่เรามีนิสัยแบบนี้ นอกจากจะทำให้เรา อ้วนโดยไม่รู้ตัว ยังอาจเพิ่มความเสี่ยงให้แก่ร่างกายของเราได้อีกด้วย

ฉะนั้น หากใครที่กำลังมีนิสัยหรือมีพฤติกรรมดังกล่าวหากหลีกเลี่ยงได้ก็ควรหลีกเลี่ยงเพื่อลดโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วนหรือโรคอื่นๆที่อาจเกิดขึ้นได้ง่าย แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ควรที่จะมองว่าการให้รางวัลตนเองด้วยสิ่งของอย่างอื่น ถือเป็นหนึ่งในวิธีที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้เราทานอาหารที่เพิ่มมากขึ้นได้

 

สนับสนุนข้อมูลโดย  หูตึงรักษา

สุขภาพ

เปิดเคล็ดลับออกกำลังกายอย่างไรให้ปลอดภัย

การออกกำลังกายในสมัยปัจจุบันนี้ ถือเป็นกิจกรรมที่เรียกได้ว่ามีความสำคัญกับการใช้ชีวิตของเราเป็นอย่างมาก เพราะการที่เราเคลื่อนไหวร่างกายอยู่บ่อยๆหรือออกกำลังกายเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอนั้นจะสามารถช่วยเสริมสร้างสุขภาพร่างกายที่ดีให้แก่เราได้

เปิดเคล็ดลับออกกำลังกาย เพราะเนื่องจากคนส่วนใหญ่จะไม่ค่อยได้ดูแลสุขภาพร่างกายของตนเองหรือปล่อยละเลยการดูแลสุขภาพร่างกาย

จนทำให้ร่างกายอ่อนแอและเสี่ยงต่อการเป็นโรคร้ายต่างๆได้ง่ายมากขึ้น ฉะนั้น การที่เราหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพร่างกายถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เรามีสุขภาพร่างกายที่ดีและแข็งแรงได้ เพราะไม่ว่าใครก็ตามในสมัยนี้ก็คงยากที่จะมีรูปร่างที่ดีอยากมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง

เพื่อเป็นหนึ่งในตัวช่วยทำให้การใช้ชีวิตในประจำวันนั้นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แต่รู้ไหมว่าในสมัยนี้มีวิธีการออกกำลังกายมากมายหลากหลายวิธีให้เราได้เลือก ซึ่งในแต่ละวิธีนั้นก็จะมีประโยชน์ ที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งสำหรับใครที่อยากเริ่มต้นหันมาออกกำลังกาย

วันนี้  ถ่านเครื่องช่วยฟัง   เราโทษพาทุกคนไปดูเคล็ดลับการออกกำลังกายอย่างไร ให้ปลอดภัย ต่อร่างกายของเรามากที่สุดซึ่งถือเป็นวิธีง่ายๆหากเราอยากออกกำลังกายให้ได้ประโยชน์สูงที่สุดไปดูกันเลย

1.การเริ่มต้นออกกำลังกายเบาๆ

ก่อนที่เราจะออกกำลังกายอย่างเต็มที่นั้นสิ่งสำคัญที่เราไม่ควรมองข้ามเลยก็คือการเริ่มต้นจาก เบาไปหนัก เพราะการที่เราเริ่มต้นออกกำลังกายไปตามขั้นตอนจะทำให้ร่างกายของเราเริ่มปรับตัวกับการออกกำลัง ทำให้อุณหภูมิในร่างกายของเรานั้นสามารถปรับเปลี่ยนไปตาม ความเหมาะสมนั่นเอง

2.การเลือกเวลาออกกำลังกายให้เหมาะสม

เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญสำหรับการออกกำลังกายให้ปลอดภัยที่เราไม่ควรมองข้าม เพราะหากเราเลือกออกกำลังกายในเวลาที่ไม่เหมาะสมนอกจากจะทำให้ไม่ปลอดภัยและอาจส่งผลกระทบต่อร่างกายของเราแล้ว ยังอาจทำให้ร่างกายของเรามีอุณหภูมิที่ร้อนจนเกินไปนั่นเอง ฉะนั้น ทางที่ดีเราควรที่จะเลือกเวลาออกกำลังกายให้มีความเหมาะสมมากที่สุดเพื่อให้การออกกำลังกายนั้นเกิดประโยชน์แก่ร่างกายของเรา

3.ไม่ควรปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำ

เมื่อไหร่ก็ตามที่เราออกกำลังกายร่างกายของเราจะมีอาการกระหายน้ำเนื่องจากการที่เราเคลื่อนไหวร่างกายนั้นจะทำให้ น้ำภายในร่างกายของเราขับออกมาผ่านทางเหงื่อ จึงทำให้ร่างกายของเรา อาจเกิดภาวะขาดน้ำในระหว่างการออกกำลังได้ ฉะนั้น การที่เราจะเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายให้ปลอดภัยไม่ควรที่จะปล่อยให้ร่างกายของเราขาดน้ำมากจนเกินไปเพราะอาจจะทำให้ ร่างกายของเราได้รับอันตรายได้

สุขภาพ

3 อาหารที่เราควรหลีกเลี่ยงหลังการออกกำลังกาย

การออกกำลังกายในสมัยปัจจุบันนี้ มีความสำคัญต่อการใช้ชีวิตของเราเป็นอย่างมาก เพราะการที่เรามีสุขภาพร่างกายที่ดี และแข็งแรง ก็จะทำให้การใช้ชีวิตในประจำวันของเรานั้นมีประสิทธิภาพได้ ซึ่งเราจะเห็นได้ว่า คนส่วนใหญ่ไม่ว่าใครก็ตาม เริ่มที่จะหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพร่างกายตนเอง

หลีกเลี่ยงหลังการออกกำลังกาย โดยเฉพาะในเรื่องของการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายรูปแบบไหนก็ตาม ก็เป็นที่นิยมเป็นอย่างมากในสมัยนี้

แต่รู้หรือไม่ว่า การออกกำลังกายหากจะให้เกิดประโยชน์และดีต่อสุขภาพร่างกายของเรามากที่สุด สิ่งสำคัญที่เราไม่ควรมองข้ามเลยก็คือ การเลือกรับประทานอาหารควบคู่ไปด้วย เพื่อเพิ่มพลังงานในการสร้างสร้างรูปร่างที่ดีให้แก่ร่างกาย

แต่ทว่า ในสมัยนี้มีอาหารมากมายหลากหลายประเภทที่มีประโยชน์ต่อร่างกายของเรา รวมไปถึงอาหารที่ไม่มีประโยชน์ แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังเลือกที่จะทาน

โดยเฉพาะในช่วงของการออกกำลังกาย ซึ่งรู้หรือไม่ว่า หากเราเลือกทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์หลังการออกกำลังกาย นอกจากจะทำให้การออกกำลังกายไม่มีประสิทธิภาพแล้ว ยังอาจทำให้ร่างกายของเรานั้นได้รับผลกระทบต่าง ๆ ได้ง่ายอีกด้วย

ฉะนั้น วันนี้เราจะพาทุกคนไปดูกันว่า อาหารที่เราควรหลีกเลี่ยงหลังการออกกำลังกาย จะมีอาหารประเภทไหนกันบ้างไปดูกันเลย 

  • ผักสด

ถึงแม้ว่าผักสดจะมีประโยชน์ต่อร่างกายของเรามากขนาดไหนก็ตาม แต่รู้หรือไม่ว่าผักสดก็ถือเป็นหนึ่งในอาหารที่ควรหลีกลเยงอย่างเด็ดขาดหลังออกกำลังกาย เพราะในผักสดนั้นจะมีพลังงานไม่มากพอต่อร่างกายของเรา ที่จะช่วยในการฟื้นฟูร่างกายหลังการออกกำลังกายมากแล้ว เพราะถึงแม้ว่าจะอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเยอะ แต่สำหรับการออกกำลังกาย เราก็ควรที่จะหลีกเลี่ยงจะดีกว่า 

  • ขนมหวาน

หลายคนอาจจะทราบกันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว่า ขนมหวานเป็นหนึ่งในอาหารที่อุดมไปด้วยน้ำตาค่อนข้างสูง ซึ่งหากเราทานมาก ๆ นั้นจะยิ่งเพิ่มการสะสมของไขมันได้ และทำให้น้ำหนักของเราเพิ่มขึ้นได้นั่นเอง ฉะนั้น หากใครที่อยู่ใช่วของการลดน้ำหนัก หรืออยากสร้างสุขภาพร่างกายของตนเอง ก็ควรที่จะหลีกเลี่ยงขนมหวาน เพื่อให้การออกกำลังกายนั้นเกิดประโยชน์ต่อร่างกายของเราได้มากที่สุด 

  • ชีส

แน่นอนว่าการออกกำลังกายนั้นเป็นการที่เราจะต้องกำจัดไขมันส่วนเกินให้ออกไปจากร่างกาย ซึ่งเราก็ไม่ควรที่จะไปเพิ่มปริมาณของไขมันโดยเฉพาะไขมันอิ่มตัวอย่างชีส เพื่อให้การออกกำลังกายของเรามีประสิทธิภาพ เราก็ควรที่จะหลีกเลี่ยงอาหารประเภทนี้ เพื่อไม่เป็นการเพิ่มไขมันที่ไม่ให้แก่ร่างกายของเรา 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    เครื่องช่วยฟังอย่างดี

สุขภาพ

ทานอาหารที่มีประโยชน์ ช่วยชะลอวัยได้ไหม

การเลือกรับประทานอาหารในสมัยปัจจุบันนี้ มีความสำคัญและจำเป็นต่อการใช้ชีวิตของเราเป็นอย่างมาก เพราะไม่เพียงแต่ช่วยให้ร่างกายของเรานั้นได้รับสารอาหารเพื่อเข้าไปกระตุ้นการทำงาน

แต่ยังมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างส่วนต่าง ๆ ภายในร่างกายของเราให้แข็งแรงได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ซึ่งต้องบอกก่อนว่าการใช้ชีวิตของคนส่วนใหญ่ในสมัยปัจจุบันนี้เต็มที่ไปกับการทำงานเป็นส่วนใหญ่

จึงทำให้บางคนแทบจะไม่ได้ดูสุขภาพร่างกายของตนเอง ยิ่งอายุเราเริ่มมากขึ้น สุขภาพร่างกายต่าง ๆ ก็ย่อมเสื่อมสภาพลงตามกาลเวลา แถมสาว ๆ ส่วนใหญ่ยังมีความกังวลเกี่ยวกับการดูแลผิวพรรณของตนเองให้ดูดีอยู่เสมอ

เพราะไม่ว่าใครก็คงไม่อยากที่จะดูแก่กว่าวัย หรือมีริ้วรอยบนใบหน้า เพราะอาจจะทำให้สาว ๆ ส่วนใหญ่นั้นเสียความมั่นใจในการใช้ชีวิตได้นั่นเอง

อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจจะไม่เชื่อว่าในสมัยปัจจุบันนี้เพียงแค่เราเลือกรับประทานอาหารที่ดีและมีประโยชน์อยู่เป็นประจำก็สามารถช่วยเสริมสร้างสุขภาพที่ดี และช่วยชะลอวัยได้

 

ทานอาหารที่มีประโยชน์ ฉะนั้น วันนี้เราจะพาทุกคนไปดูกันว่า การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์อยู่เป็นประจำนั้น จะสามารถช่วยชะลอวัยได้จริงหรือไม่ไปดูกันเลย 

1.ชะลอวัยด้วยการทานวิตามิน เนื่องจากสารอาหารประเภทนี้มีความสำคัญต่อสุขภาพร่างกายของเราเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาว ๆ คนไหนที่อยากมีผิวพรรณที่ดี ไม่มีริ้วรอยบนใบหน้า ซึ่งควรที่จะเลือกรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินเยอะ ๆ เพราะเมื่อเรายุเริ่มมากขึ้น ร่างกายของเราจะสร้างสารที่จำเป็นได้น้อยลง แถมยังทำให้ร่างกายเกิดการดุดซึมที่ช้า จนส่งผลกระทบต่ออวัยวะ หรือเซลล์ภายในร่างกายนั่นเอง ฉะนั้น ทางที่ดีควรที่จะเพิ่มสารที่จำเป็นอย่างวิตามิน เพราะสารอาหารประเภทนี้จะมีส่วนช่วยในการชะลอวัยได้ และยังช่วยเสริมสร้างสุขภาพร่างกายที่ดีให้แก่เราได้อีกด้วย 

2.ควรเน้นการทานผักผลไม้ให้มากขึ้น แน่นอนว่าผักหรือผลไม้ในสมัยปัจจุบันนี้หากเราทานบ่อย ๆ หรือทานเป็นประจำนั้นก็จะมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างส่วนต่าง ๆ ภายในร่างกายได้ ช่วยกระตุ้นระบบขับถ่ายได้ ยิ่งถ้าใครไม่อยากดูแก่กว่าวัย ขอบอกเลยว่าการเน้นการทานผักผลไม้เป็นประจำนั้น นอกจากจะช่วยให้ร่างกายของเราได้ประโยชน์ดี ๆ แล้ว ยังสามารถช่วยชะลอวัยได้ ช่วยลดริ้วรอยบนใบหน้าได้ แถมยังมีส่วนช่วยในการดูแลบำรุงสุขภาพผิวของเราให้ดีขึ้นได้อีกด้วย 

3.ควรทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เนื่องจากคนส่วนใหญ่ในสมัยปัจจุบันนี้นอกจากจะไม่ค่อยได้ดูแลสุขภาพร่างกายของตนเองแล้ว ยังมีพฤติกรรมกรเลือกรับประทานอาหารไม่ตรงเวลาอีกด้วย จึงอาจเป็นหนึ่งต้นเหตุที่ทำให้หลาย ๆ คนนั้นดูโทรมและแก่กว่าวัยได้ง่าย ดังนั้น การที่ร่างกายของเราได้รับสารอาหารที่ดีและเพียงพอ หรือเน้นไปที่การทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ นอกจากจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้แก่ร่างกายของเราได้แล้ว สารอาหารที่จำเป็นยังสามารถช่วยลดระดับเซลล์ให้ลดลงได้อีกด้วย

 

สนับสนุนเนื้อหาโดย    เครื่องช่วยฟัง ดิจิตอล

สุขภาพ

3 วิธีควบคุมความหิวเพื่อการลดน้ำหนัก

เชื่อหรือไม่ว่าคนส่วนใหญ่ในสมัยปัจจุบันนี้มักที่จะมีพฤติกรรมการทำลายสุขภาพร่างกายของตนเอง ด้วยการเลือกรับประทานอาหาร

เนื่องจากว่าการใช้ชีวิตนั้นดำเนินไปด้วยการทำงาน ความเครียด หรือความกดดันต่าง ๆ มากมาย จึงทำให้บางคนไม่ค่อยได้ใส่ใจในเรื่องของการดูแลสุขภาพร่างกายนั่นเอง จนส่งผลให้ร่างกายของบางคนป่วยง่าย อ่อนแอ และเสี่ยงต่อการเป็นโรคร้ายต่าง ๆ ได้ง่ายมากขึ้น และเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ในสมัยนี้ก็มักที่จะให้ความสำคัญกับการลดน้ำหนักกันเป็นอย่างมาก

วิธีควบคุมความหิว เพราะไม่ว่าใครก็คงอยากที่จะมีสุขภาพร่างกายที่ดี อยากมีรูปร่างที่สวย เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการใช้ชีวิตนั่นเอง

แต่รู้หรือไม่ว่าเนื่องจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตส่วนใหญ่แล้วจะทำให้เราไม่สามารถที่จะควบคุมพฤติกรรมการกินของตนเองได้ และทำให้การลดน้ำหนักของบางคนไม่มีประสิทธิภาพนั่นเอง อย่างไรก็ตาม สำหรับใครที่อยากหันมาลดน้ำหนัก

วันนี้เราก็จะมาแนะนำวิธีการควบคุมความหิว เพื่อให้การลดน้ำหนักนั้นมีประสิทธิภาพมากที่สุด จะมีวิธีไหนกันบ้างไปดูกันเลย 

  • การเลือกทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูง

หลายคนอาจจะทราบกันเป็นอย่างดีอยู่แล้วว่าไฟเบอร์นั้นมีผลต่อการทำงานของระบบขับถ่ายเป็นอย่างมาก ซึ่งการที่เราเลือกทานอาหารที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์สูงนั้น จะช่วยเข้าไปเติมพื้นที่ในกระเพาะอาหารของเราได้ ช่วยให้คุณรู้สึกอิ่มท้องได้นาน เพราะ  เครื่องช่วยฟังตัดเสียงรบกวน   อาหารที่มีไฟเบอร์ส่วนใหญ่แล้วจะมีแคลอรีที่ต่ำมาก ๆ

จึงสามารถช่วยในเรื่องของการลดความอยากอาหาร และช่วยลดน้ำหนักได้นั่นเอง รับรองได้เลยว่าหากทานเป็นประจำจะทำให้เราสามารถควบคุมพฤติกรรมการกินของเราได้เป็นอย่างดี

  • การดื่มน้ำช่วยได้

แน่นอนว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่เรารู้สึกหิว แต่ยังอยู่ในช่วงของการลดน้ำหนัก ขอบอกเลยว่าการดื่มน้ำเยอะ ๆ นั้นจะช่วยลดความหิวของเราได้ เพราะการดื่มน้ำระหว่างมื้ออาหาร จะช่วยให้เรารู้สึกอิ่มท้องได้ ช่วยลดภาวการณ์กระหายน้ำได้ แถมยังเป็นการชำร้างสารพิษตกค้างที่อยู่ภายในร่างกาย และทำให้การลดน้ำหนักของเรานั้นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

  • การเลือกรับประทานอาหารมื้อเล็ก ๆ

การที่เราแบ่งมื้ออาหารออกเป็นมื้อเล็ก ๆ ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เราสามารถควบคุมพฤติกรรมการรับประทานอาหารของเราได้ แถมยังช่วยลดความอยากอาหารได้เป็นอย่างดี ยิ่งถ้าเรารับประทานอาหารมื้อเล็ก ๆ ทุก ๆ 2 ชั่วโมง ก็จะสามารถช่วยปรับความสมดุลของน้ำตาลให้คงที่ได้ตลอดทั้งวันได้นั่นเอง 

สุขภาพ

ลองออกกำลังกายหน้าท้อง

 

โดยการออกกำลังกายนี้นั้นเป็นของ Pamela Reif ที่ใช้หมอนเพื่อระเบิดแกนของคุณ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น เป็นเวลานานแล้วที่ฉันคลี่เสื่อโยคะและออกกำลังกายหน้าท้องของ Pamela Reif อันที่จริง ครั้งสุดท้ายที่ฉันต้องทรมานหน้าท้องแบบนี้คือตอนที่ฉันออกกำลังกายกับ Pamela Reif ทุกวันเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์

ลองออกกำลังกายหน้าท้อง แต่ด้วยความกระตือรือร้นที่จะค้นหาว่าเทรนเนอร์ YouTube คนโปรดของฉันทำอะไรในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา

 

ฉันจึงคว้าหมอนออกจากโซฟาและออกกำลังกายแบบซิกซ์แพ็กอย่างเข้มข้นเป็นเวลา 10 นาที อ่านต่อไปเพื่อหาว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมฉันได้ยินคุณถามหมอน การเพิ่มหมอนจะเพิ่มน้ำหนักเล็กน้อยให้กับการออกกำลังกายหน้าท้อง แม้ว่าจะไม่รู้สึกมากนักเมื่อคุณดูทีวี แต่หมอนก็เพิ่มน้ำหนักสองสามปอนด์ให้กับการเคลื่อนไหว

ทำให้กล้ามเนื้อหน้าท้องทำงานหนักขึ้น แน่นอน ถ้าคุณต้องการ คุณสามารถเพิ่มหนึ่งในดัมเบลที่ปรับได้ดีที่สุดและถือไว้ระหว่างเท้าของคุณระหว่างออกกำลังกาย แต่ถ้าคุณไม่มีอุปกรณ์หรือคุณกังวลว่าดัมเบลจะหล่นและทำให้เพื่อนบ้านของคุณไม่พอใจ หมอนเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยกว่าสำหรับการออกกำลังกายนี้ และเช่นเคย

หากคุณยังใหม่กับการบริหารหน้าท้อง หรือกำลังจะกลับไปออกกำลังกายหลังจากได้รับบาดเจ็บหรือตั้งครรภ์ คุณควรตรวจสอบกับเทรนเนอร์ส่วนตัวเพื่อให้แน่ใจว่าคุณกำลังเคลื่อนไหวด้วยรูปแบบที่ถูกต้อง หากเป้าหมายของคุณคือหน้าท้องที่มองเห็นได้ นี่คือเหตุผล 5 ประการที่ทำให้คุณไม่เห็นกล้ามหน้าท้องแม้ว่าจะออกกำลังกายก็ตาม

นักบิดชาวรัสเซีย หากต้องการเล่นท่า Russian Twist ให้นั่งบนเสื่อออกกำลังกายและเกร็งแกนกลางลำตัวขณะเอนหลัง

คุณสามารถวางขาบนพื้นหรือยกขึ้นหากคุณต้องการความท้าทาย เกร็งแกนกลางลำตัว บิดลำตัวจากด้านหนึ่งไปอีกด้าน และคิดถึงการลดหมอนลงด้านข้างขณะบิดตัว ต่อไปนี้เป็นข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการบิดแบบรัสเซียด้วยรูปร่างที่สมบูรณ์แบบ และประโยชน์ของการออกกำลังกายหน้าท้องนี้

การกระทืบหมอน สำหรับการออกกำลังกายนี้ ให้นั่งบนเสื่อโดยเหยียดขาออก และวางหมอนไว้ระหว่างเท้าของคุณ บีบด้วยข้อเท้า นั่งบนเสื่อ เอนลำตัวไปด้านหลังราวกับว่าคุณกำลังนั่งวีซิท วางมือราบกับพื้นด้านหลังลำตัวโดยให้นิ้วหันเข้าหาปลายเท้า ยกขาขึ้น บีบหมอนไว้ไม่ให้หล่นลงพื้น ออกแรงเกร็งหน้าท้องขณะที่คุณกระทืบขาและลำตัวเข้าหากัน จากนั้นลดระดับกลับสู่ท่าเริ่มต้น

การใช้แผ่นหมอน สำหรับการออกกำลังกายนี้ ให้วางหมอนไว้บนหลังของคุณ และอยู่ในท่าไม้กระดานสูง โดยให้ไหล่ของคุณซ้อนกันเหนือข้อมือ แกนกลางลำตัวของคุณอยู่ในท่าตรง และเป็นเส้นตรงจากศีรษะถึงส้นเท้า อย่าปล่อยให้หมอนหลุดจากหลังของคุณ และนึกถึงการดูดสะดือเข้าไปในแกนกลางลำตัวของคุณตลอดด้วย

 

สนับสนุนเนื้อหาโดย    ตรวจการได้ยินออนไลน์

สุขภาพ

แมลงมีตรารับรองผู้บริโภคหรือไม่

แมลงมีตรารับรองผู้บริโภคหรือไม่ การศึกษาพบว่าคนส่วนใหญ่มองว่าแมลงเป็นทางเลือกและแหล่งอาหารที่ยั่งยืนในอนาคต จากการศึกษาพบว่า 58 เปอร์เซ็นต์ของผู้คนเชื่อว่าแมลงสามารถกลายเป็น “แหล่งโปรตีนทางเลือกที่ยั่งยืนในอนาคต” ดังนั้นจึงเสนอแนะว่าแมลงเหล่านี้สามารถเป็นอาหารของผู้บริโภคได้ในอนาคต ดำเนินการ

โดย Universitat Oberta De Catalunya’s (UOC) Food Lab การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อระบุพารามิเตอร์ที่นำไปสู่การปรับปรุงการยอมรับการบริโภคแมลง เพื่อให้พวกมันเป็นแหล่งโปรตีนที่ยั่งยืนในอาหารในอนาคต

การบริโภคแมลงตลอดประวัติศาสตร์ จากข้อมูลของ National Geographic เมื่อหนึ่งหมื่นปีก่อน นักล่าและผู้เก็บแมลงกินแมลงเพื่อเอาชีวิตรอด ก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วจนถึงปัจจุบัน แมลงยังคงเป็นอาหารดั้งเดิมในหลายวัฒนธรรมทั่วแอฟริกา เอเชีย และละตินอเมริกา เมื่อพิจารณาจากการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติ

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO)

ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการทบทวนแนวปฏิบัติทางวิทยาศาสตร์การอาหารสมัยใหม่เพื่อเพิ่มการค้าและการบริโภค และการยอมรับแมลงเป็นแหล่ง ของอาหาร ตามที่ผู้เขียนการศึกษา Marta Ros นักศึกษาระดับปริญญาเอกและสมาชิกคณะวิทยาศาสตร์สุขภาพของ UOC และ Anna Bach และ Alicia Aguilar สมาชิกคณะและนักวิจัยของกลุ่มวิจัย FoodLab การศึกษาแสดงผลเชิงบวกสำหรับการควบคุมน้ำหนัก ลดระดับน้ำตาลในเลือด และ ระดับคอเลสเตอรอลและการเพิ่มความหลากหลายของจุลินทรีย์ในสัตว์

อย่างไรก็ตาม สำหรับมนุษย์ ผู้เขียนรายงานว่าการศึกษาอื่น ๆ แสดงให้เห็นว่าแมลงที่กินได้สามารถช่วยปรับปรุงสุขภาพของลำไส้ ลดการอักเสบในระบบ

และเพิ่มความเข้มข้นของกรดอะมิโนในเลือดอย่างมีนัยสำคัญ ทัศนคติของมนุษย์ต่อการบริโภคแมลง จากผู้เข้าร่วมการศึกษา 1,034 คน 86 เปอร์เซ็นต์กล่าวว่าพวกเขาไม่เคยกินแมลง ในขณะที่ 13 เปอร์เซ็นต์กล่าวว่าเคยกินแมลง สาเหตุหลักที่อ้างว่าไม่กินแมลงคือความขยะแขยง (ร้อยละ 38)

รองลงมาคือไม่มีธรรมเนียมปฏิบัติ (ร้อยละ 15) สงสัยเกี่ยวกับความปลอดภัยของอาหาร (ร้อยละ 9) และเหตุผลทางวัฒนธรรม (ร้อยละ 6) และอื่น ๆ ความลังเลที่จะกินแมลงยังแสดงให้เห็นเมื่อผู้รับการสำรวจถูกขอให้พิจารณาว่าพวกเขาพร้อมที่จะรวมแมลงเหล่านี้ไว้ในอาหารปกติหรือไม่

ในการตอบคำถามนี้ 16 เปอร์เซ็นต์ตอบว่าจะทำ ขณะที่ 82 เปอร์เซ็นต์ตอบว่าไม่ ส่วนใหญ่ร้อยละ 71 ระบุด้วยว่าจะไม่ปรุงอาหารแมลงที่บ้าน แม้ว่าร้อยละ 28 ระบุว่าจะทำก็ตาม

เมื่อถูกถามว่าพวกเขาจะเสนออาหารที่มีแมลงในร้านอาหารหรือไม่ ร้อยละ 73 ตอบว่าไม่ อย่างไรก็ตาม ร้อยละ 25 ตอบกลับในเชิงบวก ท้ายที่สุดแล้ว คนส่วนใหญ่ (ร้อยละ 81 ในกรณีนี้) เชื่อว่าประชาชนทั่วไปจะไม่เปิดรับอาหารที่มีแมลง โดยมีเพียงร้อยละ 16 เท่านั้นที่คิดว่าเป็นเช่นนั้น

แมลงจะอยู่ในอาหารในอนาคตหรือไม่ แม้จะมีข้อมูลดังกล่าวข้างต้น ผู้เขียนสังเกตว่าเกือบร้อยละ 50 ของผู้ตอบแบบสอบถามเชื่อว่าการมีข้อมูลเกี่ยวกับศักยภาพของแมลงในฐานะอาหารที่ยั่งยืนจะกระตุ้นให้พวกเขาบริโภค แต่ร้อยละ 48 ตอบว่าไม่

ด้วยมุมมองในแง่ดีมากขึ้น เมื่อผู้ตอบแบบสอบถามคิดว่าการบริโภคแมลงจะกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติในอนาคตหรือไม่ ร้อยละ 58 ตอบกลับในเชิงบวก ในขณะที่ 38 เปอร์เซ็นต์ตอบกลับในเชิงลบ โดยอ้างว่าวิธีการเตรียมแมลงเพื่อการบริโภคจะมีความสำคัญในการดึงดูดผู้บริโภค ร้อยละ 70 ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าการเตรียมการที่ไม่เปิดเผยรูปร่างตามธรรมชาติของแมลง

จะทำให้ง่ายต่อการบริโภค ในทางกลับกัน ร้อยละ 10 เชื่อว่าแมลงจะดึงดูดใจผู้บริโภคมากขึ้นหากสามารถมองเห็นลักษณะตามธรรมชาติของแมลงได้ รูปแบบที่นิยมมากที่สุดในหมู่ผู้ตอบแบบสอบถามคือแป้ง (ร้อยละ 23) รองลงมาคือบิสกิต (ร้อยละ 6) และแท่ง (ร้อยละ 5.8)

เมื่อพิจารณาจากข้อมูลประชากร ผู้เขียนของการศึกษาเน้นว่าผู้ชายดูเหมือนจะเปิดกว้างต่อการกินแมลงมากกว่าผู้หญิงอย่างไร และสังเกตว่าช่วงอายุที่เปิดรับการลองกินแมลงมากที่สุดคือระหว่าง 40 ถึง 59 ปี

 

สนับสนุนเนื้อหาโดย    เครื่องช่วยฟังฟรี

สุขภาพ

Fashion Spot กลายเป็นหน่วยงานเฝ้าระวังความหลากหลาย

Fashion Spot กลายเป็นหน่วยงาน แต่แทนที่จะทำงานในสุญญากาศ ตอนนี้พวกเขากำลังทำงานในสภาพแวดล้อมของสื่อใหม่ คนทั่วไปสังเกตว่าดีไซเนอร์มีโมเดลที่หลากหลายหรือไม่

และถ้าไม่มี เหล่านักวิจารณ์สามารถแสดงความโกรธเกรี้ยวของพวกเขาบนโซเชียลมีเดีย และกองทัพที่โกรธแค้นของจิตวิญญาณที่มีแนวคิดเดียวกันสามารถลุกฮือขึ้นและเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงได้ สื่อดิจิทัลทำให้เรื่องราวเกี่ยวกับนางแบบผอมแห้งและเบื่ออาหารเข้าถึงประชาชนทั่วไปได้ง่ายขึ้น

และตอนนี้ประชาชนก็มีวิธีสร้างความอับอายและกดดันให้อุตสาหกรรมแฟชั่นเลิกจ้างผู้หญิงผอมแห้งแรงน้อยเหล่านี้ เว็บไซต์ Fashion Spot กลายเป็นหน่วยงานเฝ้าระวังความหลากหลาย โดยออกรายงานเกี่ยวกับการแบ่งกลุ่มประชากรบนรันเวย์เป็นประจำ มีกี่รุ่นสี? ผู้หญิงพลัสไซส์กี่คน? มีกี่คนที่เป็นสาวประเภทสอง? รุ่นเก่ากี่รุ่น 

บางคนอาจคิดว่าในฐานะนักออกแบบหญิงที่อายุมากแล้ว พวกเขาจะเริ่มให้ความสำคัญกับผู้หญิงที่มีอายุมากกว่าในงานของพวกเขา

แต่ผู้หญิงในแฟชั่นเป็นส่วนหนึ่งของลัทธิเดียวกันกับที่พวกเขาสร้างขึ้น พวกเขาโบท็อกซ์และควบคุมอาหาร พวกเขาสาบานด้วยอาหารดิบและ SoulCycle คุณเห็นนักออกแบบอ้วนบ่อยแค่ไหน? คนผมหงอก? นักออกแบบยังคงใช้วลี “หญิงชรา” เพื่ออธิบายเสื้อผ้าที่ไม่สวย ชุด “ชุดคลุมท้อง” คือชุดที่ไม่ยกยอหรือเชย ภาษาทำให้อคติธรรมดา แต่ผู้หญิงสมัยนี้ไม่ถือเป็นเรื่องแน่นอน พวกเขาก่อจลาจล การทำให้คำว่า “แก่” มีความหมายเหมือนกันกับความขี้เหร่นั้นไม่ใช่เรื่องที่จะยืนหยัดได้

การแพร่กระจายของแบรนด์หรูในจีน ละตินอเมริกา และแอฟริกาทำให้นักออกแบบต้องพิจารณาว่าจะทำตลาดอย่างไรให้ดีที่สุดกับผู้บริโภคเหล่านั้น ในขณะที่ต้องหลีกเลี่ยงเขตที่วางทุ่นระเบิดทางวัฒนธรรม พวกเขาต้องสำรวจการทำให้ผิวขาวขึ้นในบางส่วนของแอฟริกา วัฒนธรรมโลลิต้าของญี่ปุ่น

ความหลงใหลในการทำตาสองชั้นในประเทศแถบเอเชียตะวันออก และอคติเรื่องสีผิว แทบทุกที่ ความงามในอุดมคติต้องการคำจำกัดความใหม่ ใครจะเป็นคนจัดการ และคำนิยามจะเป็นอย่างไร?

ในฝั่งตะวันตก สื่อดั้งเดิมกำลังแบ่งปันอิทธิพลกับสื่อดิจิทัล โซเชียลมีเดีย รวมถึงนักเขียนและบรรณาธิการรุ่นใหม่ที่เติบโตในโลกที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมมากขึ้น ซึ่งเป็นโลกที่มีมุมมองเรื่องเพศที่ลื่นไหลมากขึ้น คนรุ่นมิลเลนเนียลที่เกิดระหว่างปี พ.ศ. 2524 ถึง พ.ศ. 2539

ไม่ชอบที่จะหลอมรวมเข้ากับวัฒนธรรมที่โดดเด่น แต่จะยืนหยัดแยกตัวออกจากวัฒนธรรมนี้อย่างภาคภูมิ นิยามใหม่ของความงามกำลังเขียนขึ้นโดยคนยุคเซลฟี คนที่เป็นดาวเด่นในเรื่องเล่าของพวกเขาเองความงามแบบใหม่ไม่ได้ถูกกำหนดโดยทรงผมหรือรูปร่าง อายุหรือสีผิว ความงามกลายเป็นเรื่องของสุนทรียภาพน้อยลง

แต่เป็นเรื่องของการตระหนักรู้ในตนเอง ความโอ้อวดส่วนตัว และความเป็นปัจเจกบุคคลมากขึ้น มันเกี่ยวกับแขนที่ถูกสกัดและขนตาปลอมและหน้าผากที่ไร้เส้น แต่มันยังถูกกำหนดโดยท้องที่กลมมน ผมสีเงินเป็นประกาย และความไม่สมบูรณ์ทางโลก ความงามเป็นพันปีที่เดินเตร็ดเตร่ไปทั่วเมืองในกางเกงเลกกิ้ง เสื้อครอป

และหน้าท้องที่ยื่นออกมาเหนือสายรัดเอว มันคือชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังแหวกว่ายอยู่บนรันเวย์ในรองเท้าบูทยาวเหนือเข่าและกางเกงขาสั้นรัดต้นขา ความงามคือความถูกต้องทางการเมือง การตรัสรู้ทางวัฒนธรรม และความยุติธรรมทางสังคม

 

สนับสนุนเนื้อหาโดย    เครื่องช่วยฟังที่เสียงรบกวนน้อยที่สุด

สุขภาพ

ยาแก้ปวดทั่วไปที่เชื่อมโยงกับภาวะหัวใจล้มเหลวในผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2

ยาแก้ปวดทั่วไปที่เชื่อมโยง ผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ควรปรึกษาเรื่องความเสี่ยงของการใช้ยา เช่น ไอบูโพรเฟน กับแพทย์

โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากพวกเขามีอายุมากหรือเบาหวานไม่ได้รับการจัดการอย่างดี นักวิจัยและแพทย์รู้ว่าผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 มีความเสี่ยงสูงต่อภาวะหัวใจล้มเหลว แม้จะไม่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคหัวใจ แต่พวกเขาก็มีความเสี่ยงมากกว่าสองเท่าในการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวเมื่อเทียบกับประชากรทั่วไป ตามการวิจัยก่อนหน้านี้

การวิจัยใหม่ชี้ให้เห็นว่าการใช้ยาแก้ปวดทั่วไปเช่น Advil หรือ Motrin (ibuprofen) อาจเพิ่มความเสี่ยงนั้นอีก การใช้ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) ในช่วงเวลาสั้น ๆ มีความเกี่ยวข้องกับการรักษาตัวในโรงพยาบาลเป็นครั้งแรก

สำหรับภาวะหัวใจล้มเหลวในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ตามผลการศึกษาใหม่ที่ตีพิมพ์ในวารสาร American College of Cardiology เป็นที่ทราบกันดีว่า NSAIDs เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด และมักไม่แนะนำสำหรับผู้ที่เป็นโรคหัวใจ การศึกษาชี้ให้เห็นว่า แม้ว่าจำเป็นต้องมีการวิจัยเพิ่มเติม แต่ควรขยายคำแนะนำไปยังผู้ป่วยโรคเบาหวานประเภท 2 แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคหัวใจก็ตาม

การใช้ NSAID ดูเหมือนจะแพร่หลายในผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ในการศึกษาของชาวเดนมาร์กกว่า 330,000 รายที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2

นักวิจัยพบว่าประมาณ 1 ใน 6 คนได้รับใบสั่งยา NSAID อย่างน้อยหนึ่งครั้งภายในหนึ่งปี Anders Holt, MD, จากโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกนในเดนมาร์กกล่าวว่าข้อเท็จจริงนี้เพียงอย่างเดียวก็น่าสังเกต ดร. โฮลท์กล่าวว่า “การค้นพบที่น่าประหลาดใจอย่างหนึ่ง

สำหรับฉันคือการใช้ยากลุ่ม NSAIDs ที่กำหนดไว้ค่อนข้างมากในกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวาน ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจ” ดร. โฮลท์กล่าว

NSAIDs ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของหัวใจล้มเหลว 40 เปอร์เซ็นต์ ผู้ตรวจสอบใช้ทะเบียนของเดนมาร์กเพื่อระบุผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น TD2 ระหว่างปี 2541 ถึง 2564 อายุเฉลี่ยอยู่ที่ 62 ปี และ 44 เปอร์เซ็นต์เป็นผู้หญิง ผู้ที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวหรือโรคไขข้อที่ต้องใช้ NSAID ระยะยาวไม่รวมอยู่ในการศึกษานี้

ภายในปีแรกที่รวมอยู่ในการศึกษา 16 เปอร์เซ็นต์ของอาสาสมัครกรอกใบสั่งยา NSAID อย่างน้อยหนึ่งรายการ ในขณะที่ 3 เปอร์เซ็นต์กรอกใบสั่งยาอย่างน้อยสามรายการ ไอบูโพรเฟนพบได้บ่อยที่สุด (ร้อยละ 12.2) รองลงมาคือไดโคลฟีแนก (ร้อยละ 3.3) นาโพรเซน (ร้อยละ 0.9) และเซเลคอกซิบ (ร้อยละ 0.4) (ไม่เหมือนในสหรัฐอเมริกา การวิจัยแสดงให้เห็นว่า NSAIDs ถูกกำหนดโดยทั่วไปในเดนมาร์กแทนที่จะซื้อผ่านเคาน์เตอร์)

ในระหว่างการติดตามค่ามัธยฐานเป็นเวลาเกือบ 6 ปี ผู้เข้าร่วมการศึกษากว่า 23,000 รายเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลด้วยภาวะหัวใจล้มเหลวเป็นครั้งแรก

การใช้ NSAID มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงสัมพัทธ์ที่สูงขึ้น 40 เปอร์เซ็นต์ของการรักษาในโรงพยาบาลภาวะหัวใจล้มเหลวครั้งแรก เมื่อวิเคราะห์ NSAIDs แต่ละรายการแยกกัน ความเสี่ยงของการรักษาในโรงพยาบาลของหัวใจล้มเหลวเพิ่มขึ้นหลังจากการใช้ diclofenac หรือ ibuprofen

แต่ไม่ใช่กับ celecoxib และ naproxen อาจเป็นเพราะมีคนจำนวนน้อยที่กรอกใบสั่งยาเหล่านั้นนักวิจัยยังพิจารณาถึงความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจล้มเหลวจากการใช้ NSAID ในกลุ่มย่อยของผู้ป่วย พวกเขาไม่พบความเกี่ยวข้องของการใช้ NSAID และเพิ่มความเสี่ยงในผู้ที่เป็นเบาหวานที่ควบคุมได้ดี

พบความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งในผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปในขณะที่ไม่พบความสัมพันธ์ใด ๆ ในผู้ที่มีอายุน้อยกว่า 65 ปี พบความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งที่สุดในผู้ใช้ NSAIDs ไม่บ่อยหรือใหม่ ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ยากลุ่ม NSAIDs ที่ขายตามเคาน์เตอร์ไม่ได้รวมอยู่ในการศึกษานี้

 

สนับสนุนเนื้อหาโดย    เครื่องช่วยฟัง

สุขภาพ

ชลดระดับฮอร์โมนได้มาก

ชลดระดับฮอร์โมนได้มาก แบบจำลองคอมพิวเตอร์แสดงให้เห็นว่าสามารถปรับปริมาณฮอร์โมนและป้องกันการตกไข่ได้ แบบจำลองไม่เพียงแสดงให้เห็นว่าฮอร์โมนสามารถลดลงได้

แต่นักวิจัยยังพบว่าสามารถมุ่งเน้นไปที่การปรับขนาดยาในบางช่วงของรอบและยังคงให้ยาคุมกำเนิดมีประสิทธิภาพ ด้วยการคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนเอสโตรเจนเพียงอย่างเดียว นักวิทยาศาสตร์ลดปริมาณลง 92% และคงประสิทธิภาพไว้ ในการคุมกำเนิดแบบโปรเจสเตอโรนอย่างเดียว ลดขนาดยาลง 43% และยังคงมีประโยชน์ในการคุมกำเนิด

เท่าที่ช่วงเวลาของการให้ฮอร์โมนดำเนินไป ผู้เขียนตั้งข้อสังเกตว่า “การให้ฮอร์โมนเอสโตรเจนในช่วงกลางของฟอลลิคูลาร์จะมีประสิทธิภาพมากที่สุด” ผู้เขียนการศึกษา Brenda Gavina นักวิจัยระดับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยฟิลิปปินส์ Diliman ได้พูดคุยกับ Medical News Today เกี่ยวกับการศึกษาและอธิบายผลลัพธ์เพิ่มเติม

เธอบอกเราว่า เป็นเรื่องน่าแปลกใจที่ในทางทฤษฎี แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ของเรา – พร้อมสมมติฐานที่ง่ายขึ้น – แสดงให้เห็นว่าปริมาณเอสโตรเจนจากภายนอกที่ต่ำเพียง 10% ของปริมาณเอสโตรเจนทั้งหมดจากการบริหารอย่างต่อเนื่องสามารถบรรลุการคุมกำเนิดตราบเท่าที่ปริมาณนี้ถูกกำหนดเวลาอย่างสมบูรณ์”

Gavina ตั้งข้อสังเกตว่า “ขนาดที่ต่ำกว่าช่วยลดความเสี่ยงของผลข้างเคียงเช่นการเกิดลิ่มเลือดและกล้ามเนื้อหัวใจตาย

ที่เกี่ยวข้องกับปริมาณมาก” ผู้วิจัยยังอธิบายว่า “แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ในปัจจุบันไม่ได้จับปัจจัยทั้งหมดในการคุมกำเนิด เนื่องจากการทำงานของระบบสืบพันธุ์ในสตรีเป็นระบบพหุสเกลไดนามิกที่ซับซ้อนมาก” เธอเชื่อว่าเมื่อมีข้อมูลเพิ่มเติมออกมา “มันสามารถปรับปรุงเพื่อแก้ไขปัญหาการคุมกำเนิดอื่น ๆ ได้”

ผู้เชี่ยวชาญด้านอนามัยการเจริญพันธุ์คิดอย่างไร แม้ว่าผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าการปรับขนาดฮอร์โมนในการคุมกำเนิดเป็นไปได้ในขณะที่รักษาประสิทธิภาพไว้ แต่การศึกษายังไม่ถึงจุดที่จะนำไปใช้ทางคลินิก ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญที่พูดคุยกับ MNT เน้นย้ำ ดร. โซเฟีย เยน รองศาสตราจารย์ด้านคลินิกของ Stanford Medical School

และผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ Pandia Health ในเมืองซันนีเวล รัฐแคลิฟอร์เนีย กล่าวว่า “สิ่งสำคัญคือต้องตระหนักว่า [การศึกษาการค้นพบ] นี้เป็นไปตามทฤษฎีและไม่มีการทดสอบในมนุษย์ ไม่เกี่ยวข้องกับการศึกษาในปัจจุบัน

ดร. เยนยังเตือนด้วยว่า “[การลดระดับฮอร์โมน] มักจะไม่ค่อยดีนักสำหรับผู้ที่มีค่าดัชนีมวลกายสูง เนื่องจากปริมาณการกระจายตัวของยาที่มากขึ้น” ดร. Sandra Hurtado ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านสูติศาสตร์ นรีเวชวิทยา และวิทยาศาสตร์การเจริญพันธุ์ที่ McGovern Medical School ที่ UTHealth Houston

ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับการศึกษานี้ ได้พูดคุยกับ MNT เกี่ยวกับการค้นพบนี้ด้วย Dr. Hurtado เน้นย้ำว่าการศึกษานี้เป็นแบบจำลอง

ทางคณิตศาสตร์ที่ต้อง “ผ่านการทดสอบในแบบจำลองสัตว์และในมนุษย์เพื่อให้สามารถทดสอบความปลอดภัยและประสิทธิภาพได้” อย่างไรก็ตาม เธอมองเห็นศักยภาพในการศึกษานี้ “หากมีวิธีทดสอบและบันทึกระดับฮอร์โมนในแต่ละบุคคลและสามารถให้ยาแก่บุคคลนั้นในเวลาที่ถูกต้องได้ นั่นจะดีมาก” ดร. ฮูร์ทาโดให้ความเห็น เธอแนะนำเพิ่มเติมว่าการทำวิจัยนี้

เพื่อพัฒนาเพิ่มเติมบางอย่าง เช่น ระบบนำส่งอินซูลินอัตโนมัติอาจเป็นประโยชน์ “ในเวลานี้สิ่งเหล่านี้มีราคาแพงและไม่สมเหตุสมผลสำหรับการใช้ยาคุมกำเนิด แต่ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องและต้นทุนของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ลดลง หวังว่าจะสามารถพัฒนาได้ในอนาคตอันใกล้นี้”

 

สนับสนุนเนื้อหาโดย  เครื่องช่วยฟังราคาถูก