สุขภาพ

รู้หรือไม่การออกกำลังกายช่วยแก้อาการนอนไม่หลับได้

เนื่องจากการออกกำลังกายในสมัยปัจจุบันนี้ ถูกยกให้เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่กำลังมาแรงและเป็นกิจกรรมที่สามารถช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้แก่ร่างกายได้ทั้งยังเป็น หนึ่ง ในกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันโรคของร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยทั่วไปแล้วเราจะเห็นได้ว่าในสมัยปัจจุบันนี้คนส่วนใหญ่เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพร่างกายของตนเองกันมากขึ้นเรื่อยๆ

ด้วยการออกกำลังกายหรือการรับประทานอาหารควบคู่ไปด้วย เพราะการที่เรามีสุขภาพร่างกายที่ดีและแข็งแรงนั้นจะยิ่งทำให้เราสามารถใช้ชีวิตในประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ แถมยังเป็น หนึ่ง ในตัวช่วยในการป้องกันโรคร้ายที่อาจเกิดขึ้นได้ง่ายอีกด้วย

ซึ่งหลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าการที่เราออกกำลังกายเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องกันเป็นเวลานานนั้น ถือเป็นหนึ่งในวิธีที่จะช่วยแก้อาการนอนไม่หลับที่หลายๆคนนั้นมักจะพบเจอกันอยู่บ่อยๆได้

ฉะนั้น สำหรับใครที่มีอาการนอนไม่หลับอยู่บ่อยๆ ก็ไม่ต้องเป็นกังวลไปเพราะวันนี้เราจะ พาทุกคนไปดูกันว่าการที่เราออกกำลังกายเป็นประจำนั้นจะสามารถช่วยแก้อาการนอนไม่หลับได้จริงหรือไม่ไปดูกันเลย

  • การออกกำลังกายช่วยให้ร่างกายหลั่งสารเอ็นโดรฟิน

แน่นอนว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่เราออกกำลังกายเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องกันเป็นเวลานานนั้นร่างกายของเราจะมีการหลั่งสารเอ็นโดรฟินออกมาซึ่งเป็นสารที่ทำให้เรานั้นรู้สึกผ่อนคลายและรู้สึกดี แถมยังสามารถช่วยบรรเทาความเครียดช่วยทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายจึงส่งผลให้การนอนหลับของเรานั้นมีประสิทธิภาพได้นั่นเอง

  • การออกกำลังกายเป็นยานอนหลับ

หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าการออกกำลังกายเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอนั้นนอกจากจะช่วยบรรเทาความเครียดและทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้วยังถือเป็น หนึ่ง ในวิธีที่สามารถช่วยกระตุ้นการนอนหลับของเราให้มีประสิทธิภาพได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งเรียกได้ว่าการออกกำลังกายนั้นเป็นยานอนหลับเลยก็ว่าได้

  • การออกกำลังกายช่วยปรับอุณหภูมิภายในร่างกาย

รู้หรือไม่ว่า การที่เราออกกำลังกายเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอนั้นจะไม่เพียง แต่ได้สุขภาพร่างกายที่ดีและแข็งแรงแต่ยังสามารถช่วยปรับอุณหภูมิภายในร่างกายของเราให้สมดุลและคงที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งถ้าใครมีปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับพักผ่อนก็บอกเลยว่าการออกกำลังกายเป็นประจำนั้น

จะทำให้อุณหภูมิภายในร่างกายของเราคงที่และส่งผลให้การนอนหลับนั้นมีประสิทธิภาพ รับรองได้เลย เราออกกำลังกายเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอนั่นจะยิ่งดีต่อสุขภาพร่างกายของเราอย่างแน่นอน

 

สนับสนุนโดย  เครื่องช่วยฟังราคาเท่าไหร่

สุขภาพ

3 ผลไม้ที่เราควรทานทุกวัน

รู้หรือไม่ว่าในสมัยปัจจุบันนี้นอกจากการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์จะมีความรู้หรือไม่ว่าในสมัยปัจจุบันนี้นอกจากการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์จะมีความสำคัญและจำเป็นต่อสุขภาพร่างกายของเราแล้ว

การเลือกรับประทานผลไม้กล่องเป็นหนึ่งในอาหารที่เราควรให้ความสนใจและควรเลือกรับประทานกันเป็นอย่างมาก เพราะผลไม้ในสมัยปัจจุบันนี้เรียกได้ว่ามีประโยชน์ที่ครบถ้วนต่อสุขภาพร่างกายของเราเป็นอย่างมาก เพราะไม่เพียงแค่ช่วยบำรุงผิวพรรณได้เพียงอย่างเดีย

แต่ยังมีส่วนช่วยในการบำรุงสุขภาพร่างกายอีกทั้งยังมีส่วนช่วยในการป้องกันโรคได้อีกด้วย ซึ่งผลไม้ในสมัยปัจจุบันนี้ก็มีมากมายหลากหลายประเภทให้เราได้เลือกทาน ซึ่งผลไม้ในแต่ละประเภทนั้นก็จะมีประโยชน์ พี่แตกต่างกันออกไปเราสามารถเลือกทานได้ตามความเหมาะสม

ผลไม้ที่เราควรทานทุกวัน ดังนั้นเราไปดูกันดีกว่าว่า ปัจจุบันนี้จะมีผลไม้ชนิดไหนบ้างที่เราควรเลือกรับประทานเพื่อให้ส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกาย ไปดูกันเลย

  • บลูเบอร์รี่

แน่นอนว่าผลไม้ตระกูลนี้เป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายของเราเป็นอย่างมาก ซึ่งผลไม้ชนิดนี้จะอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่มีความสำคัญและจำเป็นต่อร่างกาย โดยจะมีส่วนช่วยในการป้องกันการอักเสบของร่างกายรวมไปถึงการช่วยบำรุงสมอง ช่วยป้องกันโรคสมองเสื่อม อีกทั้งยังมีส่วนช่วยทำให้เรามีความจำที่ดีได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย

  • ส้ม

แน่นอนว่าผลไม้ชนิดนี้เป็นผลไม้ที่หาทานกันได้ง่าย อีกทั้งยังเป็นผลไม้ที่มีราคาถูก ซึ่งรู้หรือไม่ว่าสมเป็นหนึ่งในผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซีที่สูงมากๆ และมีประโยชน์ต่อร่างกายของเราเป็นอย่างมากโดยจะมีส่วนช่วยในการบำรุงผิวพรรณของเราให้กระจ่างใสมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ในส้มยังอุดมไปด้วยโพเทสเซียมที่มีความจำเป็นต่อกล้ามเนื้อของเราอีกด้วย ดังนั้นยิ่งเราทานเป็นประจำจะไม่เพียงแค่บำรุงผิวพรรณของเราได้แต่การทานส้มเป็นประจำนั้นยังมีส่วนช่วยในการลดคอเลสเตอรอลในร่างกายของเราได้อีกด้วย

  • กล้วย

รู้หรือไม่ว่ากล้วยเป็นหนึ่งในผลไม้ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากสำหรับคนที่กำลังลดน้ำหนัก เพราะกล้วยเป็นหนึ่งในผลไม้ที่อุดมไปด้วยพลังงานที่สูงมากๆ อีกทั้งยังมีโพเทสเซียมที่ดีต่อร่างกาย ซึ่งหากทานเป็นประจำนั้นจะไม่เพียงช่วยลดน้ำหนักของเราได้แต่ยังมีส่วนช่วยในการ ป้องกันโรคหลอดเลือดสมองได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ดังนั้นรับรองได้เลยว่าหากทานเป็นประจำนั้นจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน เพราะกล้วยมีประโยชน์มากมายกว่าที่คุณคิด

 

สนับสนุนโดย  เครื่องช่วยฟังราคาเท่าไหร่

สุขภาพ

3 สาเหตุที่ทำให้ระบบเผาผลาญของเราเสื่อม

ระบบเผาผลาญของเราเสื่อม รู้หรือไม่ การที่ร่างกายของเรานั้นมีระบบเผาผลาญที่ดีถือเป็นหนึ่งใน สิ่งสำคัญที่จะทำให้การใช้ชีวิตของเรานั้นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพราะปกติแล้วคนส่วนใหญ่มักที่จะมีพฤติกรรมทำลายระบบเผาผลาญของตนเองโดยที่ตนเองก็ไม่รู้ตัว ดังนั้นในสมัยปัจจุบันนี้คนส่วนใหญ่จึงหันมาดูแลสุขภาพร่างกายกันมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นทั้งการออกกำลังหรือการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์อยู่เสมอ

เพราะอาจจะมองว่าการที่ร่างกายของเราได้รับแต่สิ่งดีๆจะทำให้ระบบเผาผลาญของเรานั้นดีไปด้วย

แต่ในความเป็นจริงแล้ว ระบบเผาผลาญของเราจะพังได้นั้นก็ต่อเมื่อมีสิ่งที่มาคอยทำลายอยู่เสมอ ซึ่งก็อาจเป็นพฤติกรรมที่หลายๆคนนั้นมักที่จะทำ จนส่งผลกระทบต่อระบบเผาผลาญของเราได้นั่นเอง อย่างไรก็ตาม บางครั้งที่ระบบเผาผลาญของเราเสื่อมหรือพังลงนั้นก็ไม่ได้อาจเป็นเพราะพฤติกรรมของเราเสมอไป

ซึ่งอาจมีหลายปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบเผาผลาญหรืออาจทำให้ระบบเผาผลาญของเราเสื่อมลงได้ ฉะนั้นวันนี้เราจะพาทุกคนไปดูกันว่าจะมีสาเหตุไหนกันบ้างที่เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ระบบเผาผลาญของเรานั้นเสื่อมลง ไปดูกันเลย

ความเครียด หลายคนอาจจะทราบกันเป็นอย่างดีอยู่แล้วว่าความเครียดนั้นเป็นหนึ่งใน  เครื่องช่วยฟังราคาเท่าไหร่   ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายของเรายิ่งถ้าร่างกายของเรามีความเครียดสะสมก็จะยิ่งส่งผลกระทบต่อร่างกายทำให้ร่างกายของเราอ่อนแอได้ง่ายอีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อระบบเผาผลาญซึ่งอาจจะทำให้ระบบเผาผลาญของเรานั้นเสื่อมลงได้

การมีสารพิษตกค้าง คนส่วนใหญ่ในสมัยปัจจุบันนี้ มักที่จะใช้ชีวิตกันอย่างไม่ระมัดระวังจนอาจทำให้สารพิษต่างๆสะสมในร่างกายไม่ว่าจะเป็นมลภาวะมลพิษ หรืออื่นๆที่ส่งผลกระทบต่อร่างกาย ซึ่งแน่นอนว่าการที่ร่างกายของเรานั้นมีสารพิษที่ตกค้างเยอะจนเกินไปก็อาจส่งผลกระทบต่อร่างกายของเราได้รวมไปถึงอาจทำให้ระบบเผาผลาญของเราเสื่อมสภาพและพังลงได้นั่นเอง

อายุ หนึ่งในปัจจัยที่อาจทำให้ระบบเผาผลาญของเราเสื่อมหรือพังซึ่งนั่นก็คือ อายุ เพราะเราก็ทราบกันเป็นอย่างดีอยู่แล้วว่าเมื่อเราอายุเริ่มมากขึ้นปัญหาสุขภาพต่างๆของร่างกายก็ยอมตามมา ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือระบบเผาผลาญ เพราะฉะนั้นการออกกำลังกายจึงเป็นสิ่งสำคัญที่คนส่วนใหญ่ ให้ความสำคัญ เพราะมองว่าอาจจะเป็นสิ่งเดียวที่จะช่วยเสริมสร้างระบบเผาผลาญของเราให้ดีขึ้นได้ แต่ทว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่เราอายุเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆระบบเผาผลาญของเราก็ย่อมจะเสื่อมสภาพลงไปตามกาลเวลา

สุขภาพ

ต้องการวันวาเลนไทน์ที่มีสุขภาพดีขึ้นหรือไม่กอดและจูบมากขึ้น

ต้องการวันวาเลนไทน์ที่มีสุขภาพดีขึ้น ลูกอมวาเลนไทน์มากเกินไปอาจจะไม่ดีต่อสุขภาพของคุณ แต่การกอดและจุมพิตที่เน้นหัวใจในวันหยุดนั้นแตกต่างออกไป Ashley Thompson นักจิตวิทยาสังคมและรองศาสตราจารย์จาก University of Minnesota Duluth เราต้องการความเชื่อมโยงทางสังคมและสัมผัสของมนุษย์ การกอดและจูบเป็นส่วนสำคัญ และเรารู้ว่าสิ่งเหล่านี้มีประโยชน์อย่างเหลือเชื่อด้วยเหตุผลหลายประการ

ประการแรก ข้อควรระวังทั้งสองคนในสมการต้องเห็นด้วยอย่างยิ่งกับการมีปฏิสัมพันธ์ และไม่ว่าจะในฤดูไข้หวัดใหญ่หรือในช่วงที่มีการระบาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง

ให้ระวังผู้ที่คุณกำลังแบ่งปันเชื้อโรค แต่ถ้าตรงตามเงื่อนไขทั้งหมด คอรี ฟลอยด์ ศาสตราจารย์ด้านการสื่อสารของมหาวิทยาลัยแอริโซนาในทูซอน กล่าวการแสดงความรักไม่เพียงแต่รู้สึกดีทางจิตใจหรืออารมณ์ แต่ยังเข้าไปแทรกแซงในสรีรวิทยาของเราด้วย

นอกจากการเผาผลาญแคลอรีไม่กี่นาทีต่อนาทีแล้ว การจูบยังดีต่อสุขภาพของหัวใจอีกด้วย ผลการศึกษาในปี 2009 ที่ตีพิมพ์ใน Western Journal of Communication ได้แบ่งคู่รักออกเป็นสองกลุ่ม โดยกลุ่มหนึ่งได้รับคำสั่งให้ยกระดับการจูบกันแบบโรแมนติก หลังจากหกสัปดาห์ ผู้จูบที่ปรับปรุงแล้วรายงานความเครียดน้อยลง ความสัมพันธ์ที่น่าพึงพอใจมากขึ้นและลดคอเลสเตอรอล งานวิจัยอื่นๆ แสดงให้เห็นว่าการกอดกับคนสำคัญของคุณอาจลดความดันโลหิตได้

กุญแจสู่ผลลัพธ์ในเชิงบวก ฟลอยด์ ผู้ศึกษาผลกระทบของพฤติกรรมรักใคร่ กล่าวคือ ฮอร์โมน เมื่อเราแบ่งปันความรักกับใครสักคน มันจะลดฮอร์โมนความเครียดของเรา หนึ่งในนั้นคือคอร์ติซอลซึ่งมาจากต่อมหมวกไต เมื่อเราเครียด ระดับคอร์ติซอลของเราจะสูงขึ้นและความเสน่หาสามารถพาพวกเขากลับสู่ระดับการตรวจวัดพื้นฐาน นอกจากนี้ยังสามารถลดความดันโลหิตและอัตราการเต้นของหัวใจได้หากเป็นเช่นนั้นสูง

การกอดและจูบทำให้สมองมีส่วนร่วมเช่นกันนั่นจะปล่อยออกซิโตซินซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกในการยึดติด ทอมป์สันกล่าว ยิ่งออกซิโตซินมากเท่าไร ความผูกพันที่เรามีกับคู่ของเราก็ยิ่งแน่นแฟ้นขึ้น หากไม่มีออกซิโตซิน เราไม่สามารถสร้างการเชื่อมต่อเหล่านั้นได้ นั่นเป็นสาเหตุที่ oxytocin มักเรียกกันว่าเป็นสารเคมีที่กักขังเธอกล่าว

การสัมผัสและการจูบของมนุษย์ยังสามารถผลิตโดปามีนในระดับที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่สร้างความรู้สึกของรางวัลและความสุขมันเหมือนกับยาที่มีความสุขทอมป์สันกล่าว ฟลอยด์กล่าวว่าความรักนั้นหายไป “และผู้คนก็นอนไม่หลับเช่นกัน พวกเขามีความเจ็บปวดทางร่างกายมากขึ้นและมีความอ่อนไหวต่อความผิดปกติของภูมิคุ้มกันทุติยภูมิ ภาวะซึมเศร้าและความผิดปกติทางอารมณ์อื่น ๆ รายงานประจำปี 2020 จาก National Academies of Sciences, Engineering and Medicine เน้นย้ำจุดนั้น โดยสังเกตว่าผู้สูงอายุที่โดดเดี่ยวหรือโดดเดี่ยวอาจมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคหัวใจและภาวะซึมเศร้า

 

สนับสนุนเนื้อหาโดย    เครื่องช่วยฟังราคาเท่าไหร่