สุขภาพ

3 อาหารว่างที่ช่วยลดความดันโลหิตได้

รู้หรือไม่ว่าโรคความดันโลหิต ถือเป็น หนึ่ง ในโลกที่เกิดขึ้นบ่อยและพบเจอได้บ่อยมากๆในสมัยปัจจุบันนี้  เครื่องช่วยฟัง     เพราะคนส่วนใหญ่มักที่จะมีพฤติกรรมที่ทำให้ตนเองนั้นสิ่งกลายเป็นโรคความดันโลหิตสูงกันเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ชีวิตในประจำวัน

ถึงแม้หลายคนอาจจะมองว่าโลกนี้ไม่ได้มีความรุนแรงแต่อย่างใด แต่ในความเป็นจริงแล้วหากเราปล่อยไว้ โลกความดันโลหิตสูง

อาจจะนำไปสู่ปัญหาสุขภาพต่างๆอื่นๆตามมาได้ ฉะนั้น เมื่อไหร่ก็ตามที่รู้ตัวว่าตนเองมีความเ 4 ยงเราก็ไม่ควรที่จะปล่อยละเลยในการดูแลรักษา ควรที่จะรีบเข้าพบแพทย์หรือมองหาวิธีป้องกันเพื่อไม่ให้ โรคมีอาการที่รุนแรง หรือนำไปสู่การเสี่ยงต่อการเป็นโรคร้ายต่างๆได้

ฉะนั้น เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ในสมัยปัจจุบันนี้กำลังได้รับผลกระทบจากการเป็นโรคความดันโลหิต ซึ่งก็ไม่ต้องเป็นกังวลไปสำหรับใครที่กำลังมีความเสี่ยง

วันนี้เราก็จะมาแนะนำอาหารว่าง ที่รับรองได้เลยว่านอกจากจะมีประโยชน์ดีต่อสุขภาพร่างกายของเราแล้วยังช่วยลดความดันโลหิตได้อย่างมีประสิทธิภาพรับรองได้เลยว่าหากทานเป็นประจำ จะไม่เพียงแต่มีสุขภาพร่างกายที่ดีและแข็งแรง

แต่ยังช่วยป้องกันอาการบางอาการหรือโรคบางโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะมีอาหารว่างอะไรกันบ้างไปดูกันเลย

กล้วย หลายคนอาจจะทราบกันเป็นอย่างดีอยู่แล้วว่ากล้วยเป็น หนึ่ง ในอาหารหรือผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายของเราเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่อยู่ในช่วงของการลดน้ำหนัก ซึ่งในความเป็นจริงแล้วนั้นกล้วยก็ถือเป็น หนึ่ง ในอาหารว่างที่สามารถช่วยลดความดันโลหิตได้ เพราะในกล้วยนั้นจะมีโพแทสเซียมที่สูงมากๆ จึงช่วยลดความดันโลหิตได้ดีแถมยังช่วยลดความตึงเครียดได้อีกด้วย

วอลนัท หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าวอลนัทเป็นอาหารว่างที่ 3 ารถช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งแน่นอนว่าในวอลนัทนั้นจะอุดมไปด้วยกรดโอเมก้า 3 ที่สูงมากๆ

จึงมีส่วนช่วยทำให้การไหลเวียนเลือดภายในร่างกายของเราดีได้มากยิ่งขึ้น แถมยังมีส่วนช่วยในการลดการอักเสบภายในร่างกายได้รับรองได้เลยว่าหากใครที่กำลังมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคความดันโลหิตสูงการทานวอลนัทเป็นประจำจะช่วยลดอาการให้บรรเทาลงได้อย่างแน่นอน

สตรอเบอรี่ แน่นอนว่าเป็น หนึ่ง ในอาหารที่สามารถหาทานได้ง่าย ซึ่งรู้หรือไม่ว่าในสตอเบอร์รี่นั้นจะอุดมไปด้วยสารอาหารที่นอกจากจะช่วยบำรุงสุขภาพผิวของเราให้ดีขึ้นได้แล้ว ยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคความดันโลหิตสูงได้ เพราะในสตรอเบอรี่จะอุดมไปด้วยวิตามินซีที่สูงมาก จึงสามารถช่วยดูดซึมแคลเซียมได้มากยิ่งขึ้น รับรองได้เลยว่าหากท่านเป็นประจำนั้น จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคความดันโลหิตได้อย่างแน่นอน

สุขภาพ

ยาแก้ปวดทั่วไปที่เชื่อมโยงกับภาวะหัวใจล้มเหลวในผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2

ยาแก้ปวดทั่วไปที่เชื่อมโยง ผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ควรปรึกษาเรื่องความเสี่ยงของการใช้ยา เช่น ไอบูโพรเฟน กับแพทย์

โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากพวกเขามีอายุมากหรือเบาหวานไม่ได้รับการจัดการอย่างดี นักวิจัยและแพทย์รู้ว่าผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 มีความเสี่ยงสูงต่อภาวะหัวใจล้มเหลว แม้จะไม่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคหัวใจ แต่พวกเขาก็มีความเสี่ยงมากกว่าสองเท่าในการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวเมื่อเทียบกับประชากรทั่วไป ตามการวิจัยก่อนหน้านี้

การวิจัยใหม่ชี้ให้เห็นว่าการใช้ยาแก้ปวดทั่วไปเช่น Advil หรือ Motrin (ibuprofen) อาจเพิ่มความเสี่ยงนั้นอีก การใช้ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) ในช่วงเวลาสั้น ๆ มีความเกี่ยวข้องกับการรักษาตัวในโรงพยาบาลเป็นครั้งแรก

สำหรับภาวะหัวใจล้มเหลวในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ตามผลการศึกษาใหม่ที่ตีพิมพ์ในวารสาร American College of Cardiology เป็นที่ทราบกันดีว่า NSAIDs เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด และมักไม่แนะนำสำหรับผู้ที่เป็นโรคหัวใจ การศึกษาชี้ให้เห็นว่า แม้ว่าจำเป็นต้องมีการวิจัยเพิ่มเติม แต่ควรขยายคำแนะนำไปยังผู้ป่วยโรคเบาหวานประเภท 2 แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคหัวใจก็ตาม

การใช้ NSAID ดูเหมือนจะแพร่หลายในผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ในการศึกษาของชาวเดนมาร์กกว่า 330,000 รายที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2

นักวิจัยพบว่าประมาณ 1 ใน 6 คนได้รับใบสั่งยา NSAID อย่างน้อยหนึ่งครั้งภายในหนึ่งปี Anders Holt, MD, จากโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกนในเดนมาร์กกล่าวว่าข้อเท็จจริงนี้เพียงอย่างเดียวก็น่าสังเกต ดร. โฮลท์กล่าวว่า “การค้นพบที่น่าประหลาดใจอย่างหนึ่ง

สำหรับฉันคือการใช้ยากลุ่ม NSAIDs ที่กำหนดไว้ค่อนข้างมากในกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวาน ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจ” ดร. โฮลท์กล่าว

NSAIDs ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของหัวใจล้มเหลว 40 เปอร์เซ็นต์ ผู้ตรวจสอบใช้ทะเบียนของเดนมาร์กเพื่อระบุผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น TD2 ระหว่างปี 2541 ถึง 2564 อายุเฉลี่ยอยู่ที่ 62 ปี และ 44 เปอร์เซ็นต์เป็นผู้หญิง ผู้ที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวหรือโรคไขข้อที่ต้องใช้ NSAID ระยะยาวไม่รวมอยู่ในการศึกษานี้

ภายในปีแรกที่รวมอยู่ในการศึกษา 16 เปอร์เซ็นต์ของอาสาสมัครกรอกใบสั่งยา NSAID อย่างน้อยหนึ่งรายการ ในขณะที่ 3 เปอร์เซ็นต์กรอกใบสั่งยาอย่างน้อยสามรายการ ไอบูโพรเฟนพบได้บ่อยที่สุด (ร้อยละ 12.2) รองลงมาคือไดโคลฟีแนก (ร้อยละ 3.3) นาโพรเซน (ร้อยละ 0.9) และเซเลคอกซิบ (ร้อยละ 0.4) (ไม่เหมือนในสหรัฐอเมริกา การวิจัยแสดงให้เห็นว่า NSAIDs ถูกกำหนดโดยทั่วไปในเดนมาร์กแทนที่จะซื้อผ่านเคาน์เตอร์)

ในระหว่างการติดตามค่ามัธยฐานเป็นเวลาเกือบ 6 ปี ผู้เข้าร่วมการศึกษากว่า 23,000 รายเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลด้วยภาวะหัวใจล้มเหลวเป็นครั้งแรก

การใช้ NSAID มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงสัมพัทธ์ที่สูงขึ้น 40 เปอร์เซ็นต์ของการรักษาในโรงพยาบาลภาวะหัวใจล้มเหลวครั้งแรก เมื่อวิเคราะห์ NSAIDs แต่ละรายการแยกกัน ความเสี่ยงของการรักษาในโรงพยาบาลของหัวใจล้มเหลวเพิ่มขึ้นหลังจากการใช้ diclofenac หรือ ibuprofen

แต่ไม่ใช่กับ celecoxib และ naproxen อาจเป็นเพราะมีคนจำนวนน้อยที่กรอกใบสั่งยาเหล่านั้นนักวิจัยยังพิจารณาถึงความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจล้มเหลวจากการใช้ NSAID ในกลุ่มย่อยของผู้ป่วย พวกเขาไม่พบความเกี่ยวข้องของการใช้ NSAID และเพิ่มความเสี่ยงในผู้ที่เป็นเบาหวานที่ควบคุมได้ดี

พบความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งในผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปในขณะที่ไม่พบความสัมพันธ์ใด ๆ ในผู้ที่มีอายุน้อยกว่า 65 ปี พบความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งที่สุดในผู้ใช้ NSAIDs ไม่บ่อยหรือใหม่ ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ยากลุ่ม NSAIDs ที่ขายตามเคาน์เตอร์ไม่ได้รวมอยู่ในการศึกษานี้

 

สนับสนุนเนื้อหาโดย    เครื่องช่วยฟัง

สุขภาพ

บำบัดความงามเคลื่อนที่ได้

บำบัดความงามเคลื่อนที่ได้ ใช้เวลาในการค้นหาสถานที่ของคุณ สถานที่ที่เหมาะสมมีความสำคัญต่อร้านเสริมสวยของคุณ

ดังนั้นโปรดใช้เวลาในการค้นหาสถานที่ที่เหมาะสม ถามตัวเอง สถานที่นี้สะดวกสำหรับลูกค้าหรือไม่ สถานที่นี้จะช่วยให้ฉันเข้าถึงพนักงานที่เหมาะสมได้หรือไม่ สถานที่นี้คุ้มค่าหรือไม่ อาจใช้เวลา แต่คุณจะต้องหาจุดสมดุลระหว่างเกณฑ์ทั้งสามนี้ จำไว้ว่าคุณไม่จำเป็นต้องซื้ออสังหาริมทรัพย์ทันทีเช่นกัน เนื่องจากมีตัวเลือกในการเช่าหรือเช่าสถานที่ของคุณเสมอ สิ่งที่คุณทำที่นี่อย่าเร่งรีบ และรับคำแนะนำทางกฎหมายหากคุณไม่แน่ใจ

นักบำบัดความงามมือถือ คุณไม่จำเป็นต้องหาสถานที่ตายตัวหากคุณไม่ต้องการ คุณสามารถเป็นนักบำบัดความงามเคลื่อนที่ได้ แทนที่จะมีร้านเสริมสวยที่ลูกค้ามาหาคุณ คุณควรขับรถไปหาพวกเขาและส่งทรีตเมนต์ถึงบ้าน มีความแตกต่างเล็กน้อยในสิ่งที่ลูกค้ามักคาดหวังจากนักบำบัดความงามเคลื่อนที่

เมื่อลูกค้าไปร้านเสริมสวย พวกเขามักจะไปเพื่อสัมผัสประสบการณ์ทั้งหมดและมองว่าเป็นการผ่อนคลาย ในขณะที่ลูกค้าที่เลือกใช้บริการเสริมความงามมาหามักจะมองหาบริการที่สะดวกกว่า มีข้อดีและข้อเสียที่ต้องพิจารณาหากคุณกำลังคิดที่จะใช้งานมือถือ

ข้อดี ได้แก่ ความยืดหยุ่น คุณตัดสินใจได้ว่าจะทำงานเมื่อใดและสามารถวางแผนชีวิตการทำงาน

โดยคำนึงถึงชีวิตส่วนตัวของคุณได้ ต้นทุนธุรกิจต่ำ คุณจะไม่ต้องกังวลเรื่องค่าเช่า และคุณก็ไม่ค่อยต้องการพนักงานคนอื่นด้วย ความสัมพันธ์ส่วนบุคคล คุณสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและความภักดีกับลูกค้าของคุณ

ข้อเสียรวมถึง ความเครียดและค่าใช้จ่ายในการขับรถ คุณจะใช้เวลาส่วนใหญ่ในการขับรถระหว่างลูกค้าซึ่งอาจทำให้เกิดความเครียดได้ และด้วยค่าเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้น ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่ต้องพิจารณาว่าคุณจะต้องเติมเป็นประจำหรือไมปริมาณงานที่ผันแปร คุณสามารถมีวันที่วุ่นวายและบางวันที่เงียบสงบ ขาดพนักงาน หมายความว่าภาระงานทั้งหมดตกอยู่กับคุณ ตั้งแต่การรักษา การหาลูกค้าและการตลาด

วิธีการเปิดร้านเสริมสวย เมื่อคุณได้ตัดสินใจแล้วว่าคุณต้องการมีสถานที่ถาวรหรือเสนอบริการมือถือ คุณจะต้องคิดถึงวิธีการดำเนินธุรกิจของคุณ นี่คือสิ่งสำคัญบางประการที่ควรพิจารณา คุณต้องการจ้างพนักงานหรือไม่? หากเป็นเช่นนั้น คุณจะต้องทำให้กระบวนการสรรหาบุคลากรมีความชัดเจนและทำความเข้าใจ

กับสิ่งต่างๆ เช่น การประกันภัยแห่งชาติและ PAYE คุณจะเสนอบริการอะไร การมุ่งเน้นไปที่วินัยอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น การทำผม สามารถช่วยให้คุณสร้างชื่อเสียงในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ในขณะที่การนำเสนอบริการที่หลากหลายจะช่วยเปิดธุรกิจของคุณสู่ฐานลูกค้าที่กว้างขึ้น

คุณจะทำตลาดธุรกิจของคุณอย่างไร? การนำธุรกิจของคุณออกไปนั้นเป็นสิ่งสำคัญหากคุณต้องการประสบความสำเร็จ อ่านคู่มือการตลาดสำหรับธุรกิจขนาดเล็กของเราเพื่อดูเคล็ดลับยอดนิยม รายละเอียดปลีกย่อยคืออะไร? คุณจะต้องตัดสินใจเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ เช่น เวลาเปิดทำการและราคา

 

สนับสนุนเนื้อหาโดย    เครื่องช่วยฟัง

สุขภาพ

เคล็ดลับกินอย่างไรให้ระบบย่อยอาหารดี

เคล็ดลับกินอย่างไรให้ระบบย่อยอาหารดี สมัยปัจจุบันนี้นอกจากการมีสุขภาพร่างกายที่ดีและแข็งแรง ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่เราไม่ควรมองข้าม รวมไปจนถึงการมีระบบย่อยอาหารที่ดีเพื่อเป็นตัวช่วยให้ร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ซึ่งรู้หรือไม่ว่า ในสมัยปัจจุบันนี้ คนสส่วนใหญ่เริ่มหันมาดูแลสุขภาพร่างกายกันมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นทั้งในเรื่องของการออกกำลังกาย การรับประทานอาหาร รวมไปถึงการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอนั่นเอง นอกจากนี้การมีระบบย่อยอาหารที่ดี ถือเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่สำคัญที่หลาย ๆ คนนั้นไม่ควรมองข้าไปอย่างเด็ดขาด

เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่เราปล่อยละเลยจนทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานผิดปกติ แน่นอนว่าจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายของเราอย่างไรกันบ้าง เพราะคนส่วนใหญ่ในสมัยปัจจุบันนี้มักที่จะมีพฤติกรรมการทำลายสุขภาพร่างกายของตนเอง รวมไปจนถึงระบบย่อยอาหารของตนเองอีกด้วย

ดังนั้น หากใครที่มีปัญหาเกี่ยวกับการดูแลระบบย่อยอาหาร วันนี้เราก็จะมาแนะนำเคล็ดลับง่าย ๆ ที่จะช่วยให้คุณนั้น มีระบบย่อยอาหารที่ดี รวมไปถึงการมีสุขภาพร่างกายที่ดีอีกด้วย จะมีวิธีไหนกันบ้าง ไปดูกันเลย 

1.การรับประทานอาหารให้ตรงเวลา แน่นอนว่าส่วนใหฯแล้วคนเรามักที่จะรับประทานอาหารไม่ตรงเวลา หรือบางคนนั้นแทบจะไม่รับประทานเลยก็ได้ ซึ่งรู้หรือไม่ว่าสิ่งหนึ่งที่ทำให้ระบบย่อยอาหารของเรานั้นพังหรือทำงานไม่ดี ก็คือการรับประทานอาหารไม่ตรงเวลา ดังนั้น ทางที่ดี ควรที่จะเลือกรับประทานอาหารให้ตรงตามเวลาที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นทั้งมื้อเช้า มื้อกลางวัน รวมไปถึงมื้อเย็น เพื่อช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

2.หารเคี้ยวอาหารให้ละเอียด เนื่องจากการใช้ชีวิอย่างเร่งรีบ จึงทำให้คนส่วนใหญ่มีพฤติกรรมการรับประทานที่เร่งรีบไปด้วย จนทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพนั่นเอง ดังนั้น การที่เราเคี้ยวอาหารให้ละเอียดก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่เราไม่ควรมองข้าม เพื่อไม่ทำให้กระเพาะของเรานั้นทำงานหนักเกินไป อีกทั้งยังเป็นหนึ่งทางเลือกที่ไม่เป็นการทำงลายระบบย่อยอาหารอีกด้วย 

3.หลีกเลี่ยงการทางอาหารที่มีไขมันสูง หลายคนอาจจะทราบกันเป็นอย่างดีอยู่แล้วว่า อาหารที่มีไขมันสูงนั้น เป็นอาหารที่หากเราทานเข้าไปเยอะ ๆ ก็จะยิ่งส่งผลกระทบต่อร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ซึ่งอาหารต่าง ๆ เหล่านี้หลายคนอาจจะมองว่าเป็นอาหารที่ดีและมีประโยชน์ แต่รู้หรือไม่ว่า อาหารเหล่านี้หากเราทานเข้าไปเยอะ ๆ ก็อาจไปทำร้ายระบบย่อยอาหารของเราได้ ฉะนั้น หากใครที่อยากมีระบบย่อยอาหารที่ดี เพื่อช่วยให้ร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทางที่ดี ควรที่จะเลือกทานอาหารที่ไม่ไขมันน้อย เพื่อไม่เป็นการทำร้ายระบบย่อยอาหารมาจนเกินไป 

 

ได้รับการสนับสนุนจาก.  เครื่องช่วยฟัง

สุขภาพ

อดหลับอดนอน นานๆสามารถทำให้เราได้เลยหรือเปล่า

การอดหลับนั้นมีผลต่อเรามากไม่ว่าจะเป็นร่างกายและก็จิตใจโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นการที่เราทำการอดหลับอดนอนเพียงนิดหน่อยก็สามารถมีผลต่อเราได้มากๆเลย เริ่มจากพักผ่อนไม่เพียงพอก่อนจะไปถึงการอดหลับอดนอน เพียงแค่พักไม่พอหรือการที่เรานอนน้อยมากเกิน  อดหลับอดนอน นานๆ  ที่ร่างกายเราต้องการจะได้รับเป็นผลเสียอะไรบ้าง

  • การตอบสนองต่อสิ่งต่างๆของเราจะทำได้ช้าลงมากกว่าตอนที่เราได้มีการนอนหลับอย่างเพียงพอ
  • อารมณ์ของเรานั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงบ่อย หรืออารมณ์ของเรานั้นจะแปรปรวนง่ายมาก
  • ภูมิคุ้มกันต่างๆของเราจะมีการลดน้อยลง ทำให้เรานั้นสามารถที่จะมีการเจ็บป่วยได้ง่ายมากขึ้นกว่าเดิม หรือสามารถที่จะเกิดโรคต่างๆได้ง่ายมากขึ้น

สุขภาพจิตใจของเราจะมีการแย่ลงได้ง่าย

แค่ 4 ข้อนี้ก็คงจะกระทบทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของเราได้มากเลย ซึ่งข้อเสนอแนะในชั่วโมงของการนอนนั้น สำหรับผู้ใหญ่จะอยู่ที่ 7-8 ชั่วโมง ถ้าเกิดเป็นเด็กนั้นควรที่จะทำการนอนอยู่ที่ 11 – 13 ชั่วโมง ยิ่งไปกว่านี้ควรจะหลับให้ดีหรือทำการหลับได้สนิท ไม่หลับๆตื่นๆด้วย

อดนอน 1 วัน

การอดนอนหนึ่งวันหรือ 1140 นาทีจะมีการส่งผลทำให้เราอยู่ในอาการแบบเดียวกันกับอาการเมา มีงานศึกษาทำการค้นคว้าและวิจัยชี้ว่า การงดนอน 1วัน นั้นมีผลต่อการจุดโฟกัส สมาธิ ความสามารถของเราไม่น้อยไปกว่าการที่เราได้มีแอลกอฮอล์ในเลือดอยู่ที่ราวๆ 0.10 เปอร์เซ็นต์ อาการที่เรานั้นสามารถี่จะทำการสังเกตได้เลยนั้นก็จะมี

การที่เราได้เกิดความรู้สึกที่จะอยากทำการนอนหลับพักผ่อนตลอดทั้งวัน

การที่เราไม่มีความรู้สึกสดชื่นใดๆเลยตลอดทั้งวัน การที่เรานั้นเกิดอารมณ์ที่แปรปรวนง่ายมากกว่าธรรมดาที่เราเคยเป็น ไม่ว่าจะเป็นการที่เราได้มีความรู้สึกเศร้าได้ง่ายมากโมโหได้ง่ายมากขึ้น หรือการที่เราได้มีอาการหงุดหงิดตลอดทั้งวัน ก็เป็นผลมาจากการที่เราไม่ได้ทำการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

การมองเห็นหรือการที่เราได้ยินสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นนั้นจะแย่มากขึ้น  เครื่องช่วยฟัง   การมองเห็นจะไม่ชัดเท่าที่ควร และการได้ได้ยินสิ่งต่างๆจะไม่ค่อยได้ยิน

อดนอน 1.5 วัน

การอดนอนมากกว่า1วัน หรือ 36 ชั่วโมงเราจะเริ่มได้รับผลที่เกิดขึ้นนั้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ร่างกายจะอยู่ภายใต้ความเคร่งเครียดร่างกายผลิตคอร์ติซอล มากเป็นพิเศษ ร่างกายจะมีความไม่พอดีของฮอร์โมน ดังเช่น ความอยากอาหารมีเพิ่มขึ้น เครียด รู้สึกหนาวสั่น มีอาการหนาวสั่นบ่อยๆ ไม่มีแรงในการทำสิ่งต่างๆ สมาธิสั้นลง การตัดสินใจในสิ่งต่างๆสามารถทำได้แย่

สุขภาพ

กินไข่ต้ม14วันลดน้ำหนักได้จริงหรือเปล่า

หลายคนเข้ามาถามว่าการกินไข่ต้ม14วันสามารถได้จริงหรือเปล่าไข่ต้มมันมีสารอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า

กินไข่ต้ม14วันลดน้ำหนักได้จริงหรือเปล่า ที่จะช่วยให้ลดน้ำหนักได้ ซึ่งต้องบอกว่าในปัจจุบันตอนนี้ทั้งเว็บไซต์ยูทูปอะไรต่างๆก็จะมีสูตรไข่ต้มออกมามากมายไม่ว่าจะกินไข่ต้ม7วัน14วันสามารถลดน้ำหนักได้5-10กิโลกรัมเอยะแยะมากมายและในวันนี้เราจะมาอธิบายให้ฟังว่าสูตรทานไข่ต้มมันสามารถลดน้ำหนักได้จริงหรือเปล่า 

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักภาวะอ้วนกันก่อน โดยภาวะอ้วนคือคนที่มีค่าBMIมากกว่า30ก็จะถือว่าคนนั้นมีภาวะอ้วนแล้วภาวะอ้วนมันเกิดได้จากอะไรได้บ้างก็ง่ายๆเลย ภาวะอ้วนเกิดจากการที่เรากินมากแล้วก็ออกกำลังกายน้อยนั่นเองการที่เราทานอาหารที่มีพลังสูงทานเข้าไปในแต่ละวันแล้วเราไม่ได้ออกกำลังกายใช้พลังงานนั้นไม่หมด

โดยพลังงานที่มันเหลือในแต่ละวันก็จะเปลี่ยนรูปไปเป็นไขมันแล้วก็จะมาสะสมในร่างกายของเราพอหลายวันหลายเดือนเข้าไปเรื่อยๆก็จะสะสมไขมันเข้าไปก็จะทำให้น้ำหนักเราเพิ่มขึ้นๆทำให้เราเกิดภาวะอ้วนนั่นเอง

ดังนั้นหลักการในการลดน้ำหนักก็คือ การกินให้น้อยลงออกกำลังกาย เพื่อที่จะเผาผลาญพลังงานจากอาหารของเราในแต่ละวันให้หมดไปก็จะทำให้น้ำหนักของเราลดลงๆ ไข่ต้ม ก็เป็นอาหารชนิดหนึ่งที่มีพลังงานต่ำไข่ต้มหนึ่งฟองจะให้พลังงานประมาณ75กิโลแคลอรี่

เมื่อเรานำเอาไปเทียบกับการที่นำเอาไข่มาประกอบอาหารแบบอื่นไข่ดาวหรือว่าไข่เจียวก็จะให้พลังงานที่สูงกว่าไข่ต้มประมาณ2-3เท่าเลยทีเดียว นอกจากไข่ต้มจะมีพลังงานต่ำแล้วยังประกอบไปด้วยวินตามินแล้วก็แร่ธาตุต่างๆอีกมากมายที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย

นอกจากนี้สูตรลดน้ำหนักการกินไข่ต้มตามเว็บไซค์ต่างๆหรือว่าช่องยูทูปต่างๆเมนูไข่ต้มในแต่ละวันก็จะประกอบด้วยการทานไข่ต้มประมาณ3-4ฟองด้วยกัน โดยจะสลับกับเมนูอื่นๆที่มีพลังงานต่ำอย่างเช่นพวกสลัดผักหรือว่าผลไม้อะไรต่างๆคำถามที่ถามว่าพวกสูตรไข่ต้มลดน้ำหนักไม่ว่าจะเป็นสูตรไข่ต้ม7วัน14วันลดน้ำหนักได้จริงหรือเปล่าคำตอบคือจริงๆ

เนื่องจากนี้สูตรการกินไข่ต้มสามารถลดน้ำหนักได้จริงแต่คำถามที่ถามว่าไข่มีสารอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่าในการช่วยลดน้ำหนักคำตอบคือไม่มีไข่ต้มไม่มีสารที่ช่วยลดน้ำหนักได้ไข่ต้มเป็นแค่อาหารชนิดหนึ่งที่มีพลังงานต่ำเท่านั้นเอง

 

สนับสนุนโดย    เครื่องช่วยฟัง

สุขภาพ

iscore หนึ่งในยี่ห้อบุหรี่สุดดัง

ก็ต้องถือว่านี่เป็นบุหรี่ที่เป็นน้องใหม่ที่สุด บุหรี่ที่เป็นสัญชาติอินโดนีเซีย ในยามที่บุหรี่อื่นๆแพงขึ้นแบบจับจ่ายกันลำบาก อยู่ดีๆก็มีบุหรี่ยีห้อนี้โผล่ขึ้นมาในเซเว่นเฉยเลย ผมเห็นเพื่อนดูดก็เลยของลอง เท่านั้นแหละ ติดใจทันที แล้วก็ชอบมาก ต้องบอกว่าเป็นบุหรี่ที่อยู่ตลาดล่างแต่กลับมีคุณภาพที่ดีได้พอๆกับตลาดกลางเลยทีเดียว

ใบยาสูบก็ไม่หลวมจนเกินไป ไม่เช่นนั้นมันจะบี้ๆแล้ว อันนี้จะอยู่ทรงได้ระดับหนึ่ง ได้เกือบจะเทียบเท่า LM เลยด้วยซ้ำ แต่ไม่มีทางถึงขึ้น มาร์ลโบโร่อย่างแน่นอน ซึ่งเจ้าตัวนี้ มีดีเอาซะมากๆเลยนะ โดยเฉพาะที่มันเป็นบุหรี่ที่ราคาถูกที่สุดในเซเว่นแล้วด้วยนั้น ราคาเท่ากับ LM แบบตัวเล็กเลย สำหรับผมแล้วยกให้มันเป็นบุหรี่ราคาประหยัดที่ดีที่สุดแล้วล่ะ ในตอนที่ผมไม่ค่อยมีเงินก็จะอาศัยตัวนี้แหละ ต่อให้มีเงินแต่อยากประหยัดก็เช่นกัน

บุหรี่นี้ จะเป็นบุหรี่แบบเบา ที่เรียกได้ว่าทำได้นุ่มพอตัว แต่กลิ่นนั้นก็ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นมากมาย ตามราคาที่ได้ แต่ชอบในความเย็นแบบผู้ดีของรุ่นซองที่เงินๆสีฟ้าๆนั้นเอง มันเย็นแบบดีจริงๆ ชอบที่มันเย็นแบบนี้แหละ แต่ว่ามันจะมีเม็ดบีดด้วย ซึ่งผมว่ามันเย็นแรงเกินไป จนเย็นคอไปหมด ก็เลยไม่เคยบีบเลย เพียวแค่ปกติก็เย็นพออยู่แล้วล่ะ

สำหรับตัวนี้ผมก็ขอแนะนำว่าเป็นตัวสีฟ้าอันนี้แหละ เพราะตัวอื่นจากที่ลองก็รู้สึกเฉยๆนะ แทบจะเรียกว่าไม่มีแบบอื่นด้วยซ้ำมั้ง ขายกันแต่สีฟ้า ทุกวันนี้ก็ยังเป็นบุหรี่ที่ถูกที่สุดอยู่ และคุณภาพก็คือดีกว่าการเป็นบุหรี่ตลาดล่างอย่างเห็นได้ชัด ตอนนี้ก็ดูดตัวนี้อยู่เป็นหลักสำหรับบุหรี่ที่หาซื้อได้ในไทยนะ ส่วนการจะไปดูยี่ห้อตลาดบน นั้นก็คงไม่พ้น มาร์ลโบโร่ แล้วก็ยังมีอีกหนึ่งข้อดี ก็คือมันเป็นราคาที่ถูกที่สุดที่ได้กล่องแข็งอีกด้วย โอ้ว จัดเต็มให้เลยนะเจ้าบุหรี่อินโด

ใครๆก็ต้องถามว่าบุหรี่ถูกแล้วจะดูดดีหรอ บุหรี่นี้ไม่ค่อยดีจริงๆแหละจำหรับการเป็นบุหรี่ตลาดล่าง แต่บุหรี่ยี่ห้อนี้ ขอบอกกันเลยตรงๆว่า เป็นบุหรี่ที่ยอดเยี่ยมเกินราคาจริงๆ ในยามที่ทุกอยากแพงขึ้นมากมายขนาดนี้ บุหรี่ที่ราคาดีขนาดนี้และดูดได้ดีขนาดนี้ถือว่าออกมาช่วยประชาชนตาดำๆได้ดีจริงๆแหละ บางทียังคงมีบุหรี่ที่ดีเหมือนตัวนี้แล้วราคาไม่แพงตามประเทศต่างๆอีกก็ได้ เพียงแต่ไทยไม่ได้นำเข้ามา

 

สนับสนุนโดย  เครื่องช่วยฟัง

สุขภาพเกี่ยวกับหู

โรคเกี่ยวกับหูที่เราควรรู้

หากท่านเป็นบุคคลหนึ่งที่บางครั้งยืนๆอยู่แล้วบ้านหมุน อาการเหล่านี้มักจะพบกับบุคคลที่เกิดการทำงานอย่างหนัก พักผ่อนไม่เพียงพอ แต่นั้นก็เป็นคนส่วนหหนึ่งเท่านั้น ยังมีอีกหลายคนที่นอนพักผ่อนเพียงพอแต่ก็ยังมีอาการเหล่านี้ซึ่งอาการเหล่านี้มักจะมาๆหายๆจนบางครั้งก็ถูกมองว่ากลายเป็นเรืองปกติไปแล้ว
แต่หากมีเหตุการอะไรที่เกิดขึ้นในระหว่างการใช้ชีวิตประจำวันมันก็ไม่คุ้มเลยนะ เพราะไม่ว่าจะเป็นการทำงานหรือการเดินทางหากคุณเองรู้สึกถึงอาการเหล่านั้นมันกำลังกลับมาก็คงเป็นเรื่องแย่อย่างแน่นอน บางครั้งร้ายแรงจนถึงชีวิตได้ด้วยแหละซึ่งอาการเหล่านี้จะมีการเกิดขึ้นซ้ำได้อีกและมันจะมาอย่างเฉียบพลันแบบไม่ทันให้เราได้ตั้งตัว
อาการคล้ายคนจะเป็นลม อย่างเช่นยืนๆอยู่แล้วร้สึกเหมือนกับว่าบ้านของเราหมุนได้ หรือหน้ามืดแบบจะล้มทั้งยืน ตาลาย ได้ยินเสียงรอบข้างลดลง หรืออาจจะมีลมอยู่ในหูของเรา บางรายก็เกิดอาการหูดับได้ง่ายซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเหล่านี้เราควรไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาตามอาการของมันเพราะหากมีอาการเหล่านี้เราก็เสี่ยงที่จะเป็นเช่น โรคหินปูนในหูชั้นในเคลื่อน โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน และโรคเส้นประสาทในการทรงตัวอักเสบอยู่เหมือนกันแต่นั้นก็ยังมีอีกหลายอย่างที่เราไม่นำมาชี้แจงเพราะมันเสี่ยงให้เป็นได้ด้วยกันทั้งสิ้น
ขยายคำว่าโรคหินปูนในหูชั้นในเคลื่อน
สำหรับโรคนี้เกิดจากหูในชั้นในของเราเกิดหินปูนเกาะมากขึ้น ซึ่งการเป็นเช่นนี้ได้ส่วนใหญ่มักจะเป็นกับผู้คนท่มีอายุ เหตุหลักๆก็น่าจะเกิดจากการกระแทกหรือการกระทบโดยแรงซึ่งเป็นผลให้เกิดการเคลื่อนที่ไปยังหูชั้นใน ทำให้ท่อที่ส่งคลื่นเสียงทำงานได้ไม่คล่องตัวมันจึงการไม่สมดุลของระบบดังนั้นจึงเกิดเหตุการณ์เหล่านี้ได้บ่อยครั้ง
วิธีการแกไขก็ต้องรีบไปพบแพทย์เพื่อให้แพทย์เฉพาะทางทำการรักษาอย่างถูกวิธีจะได้กลับมาเป็นปกติโดยเร็วและไม่เสี่ยงอันตรายมากขึ้นกับการใช้ชีวิตประจำวัน
ขยายความคำว่าโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน
สำหรับโรคน้ำในหูไม่เท่ากันนี้ ทางการแพทย์นั้นยังไม่ทราบสาเหตุที่มาของมันอย่างแน่ชัดว่าปัจจัยหลักๆเหล่านี้เกิดจากอะไรบ้าง เนื่องจากอาการที่เกิดบ้านหมุนหรือเวียนศรีษะก็จะเป็นโรคเกี่ยวกับอย่างอื่นร่วมดังเช่นการที่มีอาการ หูอื้อหรือสำหรับคนที่มีอาการเสียงหึ่งๆในหุของเรา
ซึ่งในทางการแพทย์จะทำการรักษาโดยทำการดูแลผู้ที่มีปัญหาเหล่านี้ด้วยการประคับประคอง ด้วยการให้ยาแก้เวียนศรีษะและให้ทานอาการที่มีแต่ประโยชน์ ซึ่งควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสเค็มจัดเพราะอาหารเหล่านี้จะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดโรคต่างๆเหล่านี้นั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  เครื่องช่วยฟัง

สุขภาพเกี่ยวกับหู

วิธีปฏิบัติเมื่อรู้ว่าหูตึงจากขี้หูอุดตัน

ขี้หูอุดตัน เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ดูจะทำให้ผู้ป่วยได้รับความสบายใจมากที่สุด เพราะสามารถรักษาให้หายได้ และใช้ระยะเวลาในการรักษาไม่นานนัก ต้นเหตุของการเกิดขี้หูอุดตันนั้น มาจากพฤติกรรมส่วนตัวของเราเอง ซึ่งการผลิตขี้หูของแต่ละคนแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ 

อย่างแรกต้องบอกก่อนว่า ขี้หู ไม่ใช่ศัตรูตัวร้าย ที่เราจะต้องกำจัดให้เหลือ 0% ในร่างกาย เพราะความจริงแล้วขี้หูนั้นมีประโยชน์ในเรื่องการช่วยปกป้องเราจากเชื้อโรคต่างๆ โดยที่มีขนหูเล็กๆในช่องหู ช่วยป้องกันอีกแรง ในกรณีที่มีขี้หูไม่มากนัก อยู่ในปริมาณที่พอดี จะทำให้หูไม่ได้รับผลกระทบอะไร แต่เมื่อไหร่ที่ขี้หูมีปริมาณมาก และถูกอัดสะสมอยู่ในช่องหูมานานเกินไป จะทำให้เกิดปัญหาขี้หูแข็งและอุดตัน จนไม่สามารถทำให้เราได้ยินเสียงในข้างนั้นๆได้อย่างชัดเจน รวมไปถึงมีอาการปวดหูร่วมด้วย 

ส่วนใหญ่เราจะไม่รู้ตัวว่ามีขี้หูอุดตันอยู่ในร่างกายจนกว่าเราจะเริ่มมีอาการฟ้อง เช่น ปวดหูมากผิดปกติ จนถึงขั้นลามไปปวดหัวด้วย ไม่สามารถทำกิจกรรมในขณะนั้นได้เลย และรู้สึกว่าไม่ได้ยินเสียงที่ชัดเจน ระดับการได้ยินลดต่ำลงอย่างสัมผัสได้ ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต บางคนเป็นแม่ค้า บางคนเป็นพนักงาน ต้องติดต่อสื่อสารผ่านการพูดคุย จึงมีปัญหามากกว่า เพราะทำให้การทำงานนั้นยากลำบากกว่าเดิม

การแก้ไขปัญหาคือการรีบไปพบแพทย์ทันทีที่มีอาการ อย่าปล่อยให้เรื้อรัง เพราะจะทำให้ขี้หูที่แข็งและอุดตันนั้น อักเสบขึ้นในช่องหูได้ และเมื่อมีการอักเสบมีความเป็นไปได้สูงมากว่าเราจะติดเชื้อ และเมื่อมีการติดเชื้อจะเป็นเรื่องใหญ่แล้ว เพราะการรักษาจะเปลี่ยนแนวทาง และอันตรายที่เกิดจากการติดเชื้อที่ช่องหูนั้น ร้ายแรงถึงขั้นที่ทำให้หูดับหรือหูหนวกถาวรได้เลย 

เมื่อไปพบแพทย์ แพทย์จะทำการประเมินอาการเบื้องต้น ใช้กล้องส่องในช่องหู และใช้น้ำยาสลายขี้หู ให้มีลักษณะอ่อนหรือนิ่มลง บางรายอาจแก้ไขได้เลย แต่บางรายอาจต้องมาทำขั้นตอนนี้หลายครั้งหน่อย ระหว่างนี้ก็มีหยอดหูเองที่บ้านเป็นประจำ เมื่อขี้หูนิ่มลงแล้ว แพทย์จะใช้เครื่องมือดูดขี้หูออก เคลียร์ช่องหูไปเรื่อยๆ จนกว่าจะรู้สึกว่าบ้านหมุน และแพทย์จะหยุดการใช้เครื่องมือ เมื่อขี้หูดูดออกไปจนอยู่ในระยะที่ปลอดภัยแล้ว ผู้ป่วยจะรับรู้ได้ทันทีว่ระดับการได้ยินเสียงนั้นดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หลังจากรักษาเสร็จแล้ว ให้ระวังอย่าให้น้ำเข้าหูสักระยะ และกลับมาตรวจซ้ำอีกครั้ง ในทุกๆ 6 เดือน 

 

สนับสนุนโดย  เครื่องช่วยฟัง