สุขภาพ

ทิ้งหน้ากากอนามัยอย่างไร ให้เชื้อโรคไม่ฟุ้งกระจาย

        สังคมไทยในปัจจจุบันนี้  เวลาที่เดินทางออกนอกบ้านไม่ว่าจะไปที่ไหน ใกล้หรือว่าไกล จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการพกหน้ากากอนามัย และสวมใส่หน้ากากอนามัยเอาไว้ที่ใบหน้าทุกครั้ง เพราะในขณะนี้นับได้ว่าประเทศไทยทุกพื้นที่ มีความเสี่ยงอย่างมากที่จะติดเชื้อโรค โดยเฉพาะตอนนี้โรคที่กำลังระบาดกันอย่างหนักนั่นก็คือ โรคไวรัสโควิด-19 นั่นเอง

        และหน้ากากอนามัยคือ อุปกรณ์ที่สามารถป้องกันการติดโรคไวรัสโควิด-19 ได้ดีในระดับหนึ่งเลยทีเดียว หากเทียบกันระหว่างคนที่ใส่หน้ากากอนามัย  กับคนที่ไม่ใส่หน้ากากอนามัยแล้ว คนที่ใส่หน้ากากอนามัยมีความเสี่ยงน้อยกว่าที่จะมีโอกาสติดเชื้อไวรัส ดังนั้นเจ้าหน้ากากอนามัยนี้จึงเป็นอุปกรณ์การป้องกันที่ได้รับความนิยมในการสวมใส่กันอย่างแพร่หลายในตอนนี้นั่นเอง 

         แต่อย่างไรก็ตาม หน้ากากอนามัยที่เรานิยมใช้กันในตอนนี้มีอยู่ 2 แบบนั่นก็คือ หน้ากากอนามัยผ้า ที่เมื่อมีการใช้งานแล้วสามารถซักทำความสะอาด ฆ่าเชื้อโรคแล้วนำมาใช้งานใหม่ได้อีก กับอีกแบบคือ หน้ากกากอนามัยที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งซึ่งแบบนี้ปลอดภัยกว่ามาก และนิยมกันมาในกลุ่มผู้ใช้งานตามโรงพยาบาล แต่ก็มีราคาแพงมากเช่นเดียวกัน

     อย่างไรก็ตามการใช้งานหน้ากากอนามัยนั้น ตัวหน้ากากมีความเสี่ยงมากที่จะมีเชื้อโรคสะสมเยอะ ไม่ว่าจะมีการเปื่อนน้ำลาย หรือแม้แต่เสมหะ ดังนั้นหน้ากากอนามัยที่มีการใช้งานแล้ว จึงเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของเชื้อโรคดีดีนี่เอง สิ่งที่เราควรจะคำนึงถึงเมื่อมีการใช้งานหน้ากากอนามัยเหล่านี้ก็คือ การกำจัดอย่างไร ที่จะไม่ให้เชื้อโรคเหล่านั้นได้แพร่กระจายไปยังบุคคลอื่นได้  

       เพราะการที่เราทิ้งใส่ถังขยะอย่างเดียว เชื้อโรคมีโอกาสสูงมากที่จะแพร่กระจายไปในอากาศและคนที่อยู่ใกล้ก็อาจจะติดต่อเชื้อไวรัสนี้ได้อย่างแน่นอน ดังนั้น เราจึงควรหาวิธีกำจัดหน้ากากอนามัยที่ใช้งานแล้วนี้ให้ดี ไม่ไปก่อความเดือดร้อนและแพร่เชื้อโรคออกไปยังบุคคลอื่นได้นั่นเอง

      สำหรับกรรมวิธีที่เราจะจัดการหน้ากากอนามัยที่ใช้งานแล้วนั้น ทำได้ง่ายง่าย ดังวิธีดังต่อไปนี้ เริ่มตั้งแต่การที่ก่อนที่เราจะถอดหน้ากากอนามัยออกจากหน้าของเรา เราควรจะมีการล้างมือเสียก่อน เมื่อล้างเสร็จแล้วเวลาที่จะดึงหน้ากากออกให้จับที่สายรัดตรงบริเวณหู อย่าจับที่ตัวผ้าของหน้ากากอย่างเด็ดขาด 

           หลังจากนั้นให้จับตรงมุมของหน้ากากพับเข้าหากัน เอาส่วนที่อยู่ด้านในที่สัมผัสกับปากและหน้าของเราพับเข้าหากัน เสร็จแล้วหาถุงมาใส่และมัดปากถุงให้มิดชิด แล้วนำไปทิ้งในถึงขยะได้ โดยให้เลือกถังขยะที่ฝาปิด  เมื่อทิ้งขยะแล้วอย่าลืมกลับมาล้างมือของเราด้วยน้ำยาฆ่าเชื้ออีกรอบ เพียงเท่านี้ก็กำจัดหน้ากาอนามัยไม่ให้แพร่โรคไปยังคนอื่นได้แล้ว 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  แทงหวยลาว

สุขภาพ

คอมพิวเตอร์ซินโดรมโรคฮิตในช่วง work from home

    ในสถานการณ์ที่เราต้องกักตนเองอยู่ในบ้าน รวมถึงบางคนที่ต้องทำงานในบ้านตามนโยบายของ work from home ที่รัฐบาลมีการประกาศออกมาใช้ในช่วงที่กำลังพยายามลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อยู่นี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสิ่งที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการที่จะให้ประชาชนอยู่ในบ้านอย่างมีความสุขและไม่เกิดความเบื่อหน่ายรวมถึงช่วยให้หลายคนที่ต้องทำงานที่บ้านสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

มันก็คือคอมพิวเตอร์ซึ่งหากเราไม่มีคอมพิวเตอร์แล้วเราจะไม่สามารถ work from home ได้เลยแต่เราก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่าการใช้งานคอมพิวเตอร์เป็นระยะเวลานานๆติดต่อกันนั้นจะมีผลเสียต่อร่างกายและสายตาของเรายังไงบ้างทั้งในเรื่องของอาการตาแห้งปวดตาสายตาพร่ามัวหรือแม้แต่การปวดตามร่างกาย

ทั้งบริเวณไหล่บริเวณคอหรือไม่ปวดหลังซึ่งสิ่งเหล่านี้เกิดมาจากการที่เรามีการใช้งานคอมพิวเตอร์เป็นระยะเวลานานๆ ซึ่งอาการเหล่านี้เราเรียกว่าเป็นอาการของคอมพิวเตอร์ซินโดรมและถ้าหากใดที่จำเป็นต้องมีการใช้งานคอมพิวเตอร์ควรจะหาทางป้องกันไม่ให้เกิดโรคคอมพิวเตอร์ซินโดรมนี้ดังนั้นวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการป้องกันไม่ให้เกิดโรคดังกล่าว

     ซึ่งการใช้คอมพิวเตอร์ที่ดีนั้นเราควรจะมีการใช้งานคอมพิวเตอร์ประมาณ 20 ถึง 30 นาทีหลังจากนั้นก็ควรจะมีการพักสายตาประมาณซัก 30 วินาทีและที่สำคัญควรจะมีการเว้นระยะมองนอกจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยการมองออกไปด้านนอกหน้าต่างหรือมองไปทางไหนก็ได้ที่ไม่ใช่หน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างน้อยประมาณ 20 ฟุต

ขึ้นไปที่สำคัญการใช้งานคอมพิวเตอร์ควรมีการเว้นพักผ่อนโดยอาจจะกำหนดเป็นการใช้งานคอมพิวเตอร์ 2 ชั่วโมงแล้วก็หยุดไปทำกิจกรรมอื่นๆเช่นเดินเล่นหาอะไรกินประมาณสัก 15 นาทีแล้วค่อยกลับมาทำงานใหม่ที่สำคัญการใช้งานคอมพิวเตอร์ควรมีการปรับขนาดของหน้าจอและตัวหนังสือบนคอมพิวเตอร์ให้เหมาะสมไม่ควรจะเล็กหรือใหญ่จนเกินไป

รวมถึงแสงสะท้อนที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ควรมีการปรับให้มองเห็นได้อย่างชัดเจนที่สำคัญการจัดที่นั่งในการวางโต๊ะคอมพิวเตอร์นั้นไม่ควรที่จะให้แสงจากภายนอกหน้าต่างสะท้อนเข้ามาภายในถึงหน้าจอคอมพิวเตอร์มากเกินไปเพราะมันจะทำให้เกิดแสงจ้าส่องเข้าตาส่งผลให้ตามีความเมื่อยล้าและปวดตาได้การวางคอมพิวเตอร์ที่ดี

นั้นควรวางให้ต่ำกว่าระดับสายตาประมาณซัก 15-20 องศาและเราควรมีการนั่งห่างจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ประมาณซัก 70 เซนติเมตรอย่านั่งติดมากจนเกินไปก็จะทำให้สายตาเราเสียได้แล้วที่สำคัญหากเราเป็นผู้ที่ต้องทำงานอยู่กับคอมพิวเตอร์ทุกวันเป็นระยะเวลานานๆควรจะมีการตรวจวัดสายตาอยู่บ่อยๆเพื่อเช็คความผิดปกติของดวงตาของเรา 

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  แทงหวยลาว